วิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ

 

 

 

 

 

โลกร้อน – ผลกระทบต่อไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

ในทางวิทยาศาสตร์ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้วว่า  โลกร้อนขึ้นจริง  สถิติย้อนหลังนับร้อยปีที่ทำเป็นกร๊าฟแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า  โลกค่อย ๆ ร้อนขึ้น  รายงานของ “เยอรมันวอทช์” ยืนยันว่า อุณหภูมิโลกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  หากวันใดเพิ่มมากกว่า 3.5 องศาเซลเชียส  จะเกิดภัยแล้ง   อุทกภัย  พายุ  ระดับน้ำทะเลแปรปรวนอย่างรุนแรง  ประชาชนโลกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนจะได้รับผลกระทบโดยตรง   ภัยธรรมชาติช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ( พ.ศ.2534-2553) เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเนื่องจากอากาศแปรปรวน 14,000 ครั้ง  คนตายไปแล้ว 700,000 คน  รายงานสหประชาชาติซึ่งเก็บสถิติ 160 ปีตั้งแต่ปี 393 ระบุว่า ปีที่แล้ว 2554 เป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนมากจัดอยู่ในลำดับที่ 10  จากที่เคยเกิดขึ้น 

การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 17 ที่เมืองเดอร์บัน แอฟริกาใต้ เมื่อเดือนธันวาคม 2554 ยืนยันว่าโลกร้อนขึ้น  ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ ต้องช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ไม่เพียงแต่ประเทศพัฒนาเท่านั้น  ประเทศที่กำลังพัฒนาก็ต้องทำด้วย  ทุกประเทศต้องเสนอตัวเลขว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร  ซึ่งก๊าซเรือนกระจกประกอบด้วยก๊าซ 6 ชนิด คือ  ก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซดิ์  ก๊าซมีเทน  ก๊าซไนตรัสอ็อกไซดิ์  ก๊าซไฮโดรฟลูออไรคาร์บอน   ก๊าซเปอร์ฟลูออไรคาร์บอน และ ก๊าซเฟอร์เอ็กซาฟลูโอไรด์ 

ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10 อันดับแรกของโลก ล่าสุดเรียงตามลำดับ คือ จีน ปีละ 7,031 ล้านตัน (ร้อยละ 23) สหรัฐอเมริกา ( 5,461 ล้านตัน) (18) สหภาพยุโรป (4,179 ล้านตัน (14)  อินเดีย 1,743 ล้านตัน(5.78) รัสเซีย  1,709 ล้านตัน(5.67) ญี่ปุ่น 1,208 ล้านตัน (4)  เยอรมนี 787 ล้านตัน (2.6)  แคนาดา 544 ล้านตัน (1.8) อิหร่าน 538 ล้านตัน (1.79)  อังกฤษ 523 ล้านตัน (1.73) ส่วนไทยเป็นอันดับที่ 22 หรือ 286 ล้านตัน (0.95) ประเทศพัฒนาแม้จะปล่อยน้อยแต่พอรวมกันเข้าก็เยอะมาก

จีนซึ่งปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศของโลกมากที่สุด  ออกรายงานแสดงความวิตกว่าภาวะโลกร้อนกำลังเป็นภัยคุกคามต่อจีนในระยะยาว  ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง  แม่น้ำเหือดแห้ง  เกิดทั้งภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม  กระทบต่อการผลิตอาหาร  ผลผลิตการเกษตรอาจลดลง้อยละ 5-20 ภายในปี 2593  จีนต้องปรับปรุงพันธ์พืช และวิธีการทำเกษตรให้ดีขึ้น รวมทั้งระบบชลประทาน  ต้นทุนการทำเกษตรจะสูงขึ้น  โลกร้อนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ  ทำให้เกิดโรคแปลกใหม่  กระทบต่อระบบนิเวศน์ หากลดก๊าซเรือนกระจกไม่ได้  ภายในสิ้นคริสตศตวรรษนี้  อุณหภูมิในจีนจะสูงขึ้นระหว่าง 2.5-4.6 องศาเซลเชียส  สูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2504-2533  ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของน้ำในจีนแต่ละปี  เกิดแห้งแล้งบ่อยขึ้น น้ำท่วม รุนแรงขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกและของประเทศไทย ที่ทำงานกับนาซ่า ยืนยันตรงกันว่า  นอกจากปัญหาภัยแล้ง  น้ำท่วม  มาจากโลกร้อนแล้ว    การระเบิดของดวงอาทิตย์ก็ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโดยฉับพลัน  ทำให้เกิดปฏิกิริยาเกี่ยวกับน้ำและอากาศเป็นผิวโลก ช่วงที่พายุสุริยะเข้ามากระทบโลก จึงเกิดน้ำท่วมตามมา  หากปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์รุนแรงขึ้น  ปล่อยพายุสุริยะออกมามาก น้ำจะท่วมเยอะ ทั้งยังเกิดภัยธรรมชาติอื่น ๆ ด้วย  เช่น  สภาพอากาศแปรปรวน  เป็นต้น มีแผ่นดินไหว  ภูเขาไฟระเบิด  ถ้าเกิดในมหาสมุทรอย่างรุนแรงก็มีคลื่นยักษ์สึนามิตามมา 

นักวิทยาศาสตร์ไทยประจำนาซ่าหลายท่าน  อาทิ  ดร.อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา  ดร.ก้องภพ  อยู่เย็น เป็นต้น  ให้สัมภาษณ์จากมุมมองของนักวิทยาศาสตร์  ได้เตือนคนไทยให้ระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติในปี 2555 อย่างมีสติ  แม้โลกไม่แตกดับ  แต่ไทยอาจจะเผชิญกับทั้งภัยแล้ง  น้ำท่วม  แผ่นดินไหว  คลื่นยักษ์ 

โลกและไทยจะเจอทั้งก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากพื้นโลกสู่บรรยากาศทำให้โลกร้อน  และเจอพายุ

สุริยะจากดวงอาทิตย์  เรียกว่าเจอสองเด้ง  แต่ละเด้งก็ก่อให้เกิดความแปรปรวนของอากาศบนผิวโลก  เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในระดับที่แตกต่างกันไป   คนไทยต้องเตรียมตัวรับภัยพิบัติดังกล่าวอย่างมีสติ  โดยอาศัยบทเรียนจากปี 2554  สำคัญที่สุด  คือการพึ่งตัวเอง

 

18  มกราคม  2554