วิเคราะห์ข่าว
เพลงแห่งมิตรภาพดังกระหึ่มที่ทำเนียบขาว
เมื่อผู้นำชาติมหาอำนาจตะวันตกพบกัน จึงหนีไม่พ้นที่นักสังเกตการณ์การเมืองระหว่างประเทศต้องจับตาดูเป็นพิเศษว่ามีนัยทางการเมืองอย่างไรบ้าง
ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 มีผู้นำประเทศมหาอำนาจในยุโรปหลายคนไปเยี่ยมประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐ โดยเฉพาะเมื่อประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซี แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีแองเจลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี เป็นแขกคนล่าสุดที่ไปเยือน โดยมีการปรึกษาหารือข้อราชการกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะความร่วมมือในการแซงชั่นอิหร่าน การเยือนดังกล่าวมีนัยทางการเมืองระหว่างประเทศหลายประการ เพราะอดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสและอดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเคยคัดค้านนโยบายบุกอิรักของสหรัฐมาก่อน ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีไม่ดีนัก ครั้งนี้เท่ากับเป็นการเปิดหน้าใหม่ของประวัติความสัมพันธ์กับสหรัฐ และร่วมมือกันแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีของอิหร่าน ซึ่งถือว่าเป็นจุดร้อนแห่งหนึ่งของโลก
ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซี แห่งฝรั่งเศส ประกาศตัวตั้งแต่สมัยหาเสียงแข่งขันเป็นประธานาธิบดีทำนองว่าตนเองเป็นคนนิยมสหรัฐ และหากได้รับเลือกก็จะทบทวนนโยบายต่อสหรัฐสมัยอดีตประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัค เสียใหม่ การเยือนสหรัฐครั้งนี้เขาบอกว่าเป็นความพยายาม “เอาชนะใจอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง” ซึ่งมีทั้งคนฝรั่งเศสที่เห็นด้วยและคัดค้าน ฝ่ายที่เห็นด้วยเห็นว่าเป็น “การปรับดุลความสัมพันธ์” ระหว่างสองประเทศ และเป็นการยุติความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในช่วงฌาคส์ ชีรัค เป็นการเปลี่ยนผ่านจากความรู้สึกชาตินิยมรุนแรงและสังคมนิยมสู่หน้าใหม่ของการเมืองฝรั่งเศส เพราะฝรั่งเศสเป็นมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ฝรั่งเศสเป็นหนี้บุญคุณอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แม้สหรัฐกับฝรั่งเศสจะไม่เห็นสอดคล้องกันในหลายเรื่อง แต่สองประเทศก็ยังเป็น “มิตร” กันอยู่
แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าการที่ซาร์โคซีประกาศตัว “โปร” อเมริกามากเกินไปอาจเป็นอันตราย พวกนี้มองว่ารัฐบาลชุดใหม่ยกเลิกภาระที่จะให้โลกมีทางเลือกมากขึ้น กลุ่มคนที่คัดค้านมองว่าซาร์โคซีเป็น “โรคคลั่งอเมริกา” ซ้ำยังเสียดสีซาร์โคซีด้วยว่าเอาชนะใจคนอเมริกัน แต่ไม่สามารถเอาชนะใจภรรยาของตัวเองได้ เพราะทั้งสองเพิ่งหย่าขาดกันเมื่อเร็วๆนี้
ซาร์โคซีประกาศต่อคนอเมริกันสั้นๆ ว่าเขามาสหรัฐครั้งนี้เพื่อนำสาสน์มาบอกคนอเมริกันว่าฝรั่งเศสและสหรัฐเป็น “มิตร” และ “พันธมิตร” กันเสมอและตลอดไป นักวิจารณ์มองว่าฝรั่งเศสและสหรัฐยังเห็นไม่สอดคล้องกันในหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องการให้เงินอุดหนุนแก่เกษตรกร สงครามต่อต้านการก่อการร้าย ปัญหาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน ซึ่งเป็นผลจาก “ลัทธิทุนนิยมทางการเงิน” ดอลลาร์อ่อน การแก้ไขปัญหาความยากจน แต่ทั้งสองฝ่ายก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน
นับว่าสหรัฐ “ได้” จากการเยือนครั้งนี้ โดยเฉพาะสามารถดึงฝรั่งเศสมายืนเคียงข้างในการสู้กับปัญหาโลก เช่น ความร่วมมือในการแซงชั่นอิหร่านรอบสอง การปกป้องประชาธิปไตยในอิรักและอัฟกานิสถาน และปัญหาโลกร้อน บุชเอาใจซาร์โคซีเต็มที่ โดยจัดให้กล่าวปราศรัยต่อรัฐสภาสหรัฐ ซึ่งเมื่อครั้งที่บุชไม่พอใจฌาคส์ ชีรัค เขาเรียกร้องไม่ให้คนอเมริกันกินมันฝรั่งทอดหรือเฟรนช์ฟรายด์ และให้เปลี่ยนชื่อเฟรนช์ฟรายด์เป็นอเมริกาฟรายด์ แต่พอชอบซาร์โคซี บุชกลับเรียกเฟรนช์ฟรายด์ว่า “ฟรีดอมฟรายด์” หรือมันฝรั่งทอดเพื่อสันติภาพ
แขกสำคัญคนที่สองของบุชที่เดินทางไปเยือนสหรัฐเพียงสองวันหลังซาร์โคซีคือ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นางแองเจลา แมร์เคิล ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิกับบุชคนหนึ่งในบรรดาพันธมิตรยุโรป นอกเหนือจากหัวข้อสนทนาอื่นๆแล้ว น้ำหนักน่าจะอยู่ที่ความร่วมมือในการกดดันอิหร่านให้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ที่ถูกมองว่าเป็นความพยายามของอิหร่านที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ตามแบบเกาหลีเหนือ เพื่อไว้ต่อรองกับสหรัฐและชาติมหาอำนาจตะวันตก นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายยังคุยกันถึงเรื่องสันติภาพในตะวันออกกลาง เลบานอน การค้าโลกรอบโดฮา การปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคง และการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งมีทั้งความเห็นที่สอดคล้องกันและไม่ตรงกัน
เป็นที่น่าสนใจที่บุชและแมร์เคิลแยกแยะระหว่างคนอิหร่านกับรัฐบาลอิหร่าน โดยอ้างว่าคนอิหร่าน วัฒนธรรมอิหร่าน ยังได้รับการเคารพยกย่องเช่นเคย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากรัฐบาลอิหร่านเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นความพยายามกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น บุชย้ำว่าสหรัฐและพันธมิตรพยายามใช้มาตรการทางการทูตแก้ไขปัญหาอิหร่าน นั่นหมายถึงพยายาม “โดดเดี่ยว” อิหร่านให้มากที่สุด ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจการค้า ด้วยการแซงชั่นเพิ่มขึ้น
สหรัฐเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ขณะเดียวกันนักธุรกิจของเยอรมนีก็มีการค้าขายกับอิหร่าน ซึ่งแม้รัฐบาลเยอรมนีจะขอร้องให้ลดการติดต่อทางการค้ากับอิหร่าน แต่ก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยหากจะไปวุ่นวายกับธนาคารอิหร่านในเยอรมนีอย่างที่สหรัฐทำ
ขณะที่ผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้พบปะเจอกันในวาระที่แตกต่างกันที่สหรัฐ ในเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่อาวุโสของ 5 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำลังประชุมกันที่กรุงลอนดอนเพื่อพิจารณามาตรการขั้นต่อไปในการจัดการกับอิหร่าน
สรุปแล้วการเยือนสหรัฐของผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนี ประธานาธิบดีบุชมีแต่ได้ โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกำลังใกล้เข้ามา แม้เขาจะไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้อีก แต่อย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์แก่พรรครีพับลิกันไม่มากก็น้อย
บุคลิกของประธานาธิบดีบุชเป็นคนง่ายๆ เพราะเป็นคาวบอยจากเทกซัส การเดินเหินแข็งๆ แบบคาวบอย แต่เขาก็ใช้ประโยชน์จากบ้านไร่ไว้คอยรับรองผู้นำต่างชาติที่มาเยือนเสมอ เพื่อสร้างบรรยากาศของความเป็นกันเอง และลงมือทำอาหารให้แขกกิน นี่เป็นการทูตสมัยใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันที่ทำเนียบขาวเท่านั้น แต่การทูตส่วนตัวจะมีบทบาทมากขึ้น
ผู้นำไทยน่าจะคิดถึงเรื่องนี้บ้างเวลามีแขกมาเยือน หากพาไปพักผ่อนที่เขายายเที่ยง คุยกันแบบเงียบๆ ทำข้าวมันส้มตำให้กิน ความสัมพันธ์ส่วนตัวน่าจะดีขึ้นและทำให้การปรึกษาหารือข้อราชการราบรื่นยิ่งขึ้น (อังคาร 13 พ.ย. 50)