วิเคราะห์ข่าว
รัสเซีย-อินเดีย มิตรภาพของเพื่อนเก่า
การเดินทางไปเยือนรัสเซียของนายกรัฐมนตรีมานโมฮาน ซิงห์ แห่งอินเดีย เมื่อ 12-13พฤศจิกายน 2550 เป็นการตอกย้ำมิตรภาพของมิตรเก่าตั้งแต่สมัยรัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต สองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงด้านเศรษฐกิจและการทหาร โดยเฉพาะโครงการร่วมพัฒนาเครื่องบินลำเลียงทางทหาร และภารกิจร่วมในการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ นอกจากนั้นสองฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นจัดทำข้อตกลงที่รัสเซียจะไปช่วยสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 4 แห่งในอินเดีย ซึ่งขณะนี้รัสเซียได้ช่วยสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 โรง ในอินเดียอยู่แล้ว
รัสเซียและอินเดียถือว่าเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ระหว่างกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ย้ำว่าสองฝ่ายให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ และความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมานโมฮาน ซิงห์ ระบุว่าความร่วมมือทางการทหารเป็น “เสาหลักของหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ระหว่างสองประเทศ
เมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีปูติน เดินทางมาเยือนอินเดียในเดือนมกราคม 2550 มีคำพูดตลกๆ ในหมู่คนอินเดียเปรียบเปรยชื่อ PUTIN ของประธานาธิบดีรัสเซียว่า P แทนคำว่า Planes หรือเครื่องบิน U แทนคำว่า Uranium หรือแร่ยูเรเนียมที่ใช้กับปฏิกรณ์นิวเคลียร์ T แทนคำว่า Tanks หรือรถถัง I แทนคำว่า Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐาน และ N แทนคำว่า Nuclear Power หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือพลังนิวเคลียร์ คนพูดต้องการจะบอกว่าปูตินก็คือพ่อค้าที่ต้องการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ ขายเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ให้กับอินเดีย อีกทั้งรัสเซียยังประมูลโครงการสร้างถนนหนทางในอินเดียได้หลายโครงการ สรุปแล้วรัสเซียสามารถขายของเอาเงินจากอินเดียเข้าประเทศได้จำนวนมหาศาล ครั้งนี้ผู้นำรัสเซียคงหาทางขายของให้กับอินเดียอีกเช่นเคย
อินเดียกับรัสเซียเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น เพราะอินเดียมีปัญหาด้านพรมแดนกับยักษ์ใหญ่อย่างจีนคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น ขณะเดียวกันก็มีปัญหากับสหรัฐที่หนุนหลังปากีสถานซึ่งเป็นศัตรูของอินเดีย อินเดียจึงเข้าหารัสเซีย ซึ่งขณะนั้นเริ่มมีปัญหากับจีน แม้ว่าจะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เหมือนกันก็ตาม เพื่อดึงรัสเซียมาถ่วงดุลกับจีน โดยใช้ให้รัสเซียกดดันจีนทางด้านเหนือเพื่อสร้างความกังวลให้กับจีน ซึ่งจะทำให้จีนต้องเปิดศึกสองด้าน
หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียซึ่งเป็นผลผลิตของสหภาพโซเวียตและอินเดีย ต่างก็ยุ่งอยู่กับปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศห่างกันไประยะหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อรัสเซียและอินเดียจัดการกับปัญหาภายในของตนได้ ทั้งสองประเทศจึงกลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้สองผู้นำมีเวลาฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีที่มีมาในอดีตให้กลับมาใกล้ชิดกันอย่างเก่า (ในขณะที่สหรัฐก็พยายามเอาใจอินเดียเพื่อคานอิทธิพลของรัสเซียเช่นกัน)
อินเดียเป็นตลาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมอาวุธของรัสเซีย อินเดียมีงบประมาณซื้ออาวุธถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 5 ปีข้างหน้า อินเดียเป็นลูกค้ารายสำคัญที่ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากจากรัสเซีย ขณะนี้รัสเซียกำลังเข้าประกวดราคาเพื่อขายเครื่องบินรบกว่า 120 ลำ ให้กองทัพอินเดีย สองฝ่ายกำลังพิจารณาสร้างเครื่องบินรบและเครื่องบินลำเลียงพิสัยกลางที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
แม้ว่ากองทัพอินเดียพยายามหาเครื่องบินรบจากแหล่งอื่นด้วย แต่รัสเซียก็ยังเป็นผู้ซัพพลายรายใหญ่เพื่อยึดตลาดนี้ไว้ให้ได้ ประธานาธิบดีปูตินได้เสนอ “โอนย้ายเทคโนโลยีสมัยใหม่” ให้กับอินเดีย โดยให้อินเดียเป็นหุ้นส่วนในโครงการใหม่ๆ เช่น เสนอให้อินเดียเป็นผู้สร้างเครื่องยนต์ของเครื่องบินมิก-29 และมิก-35 สำหรับกองทัพรัสเซีย และอาจนำอินเดียมาร่วมโครงการสร้างเครื่องบินล่องหนของรัสเซีย ซึ่งคล้ายกับสเตลท์ของสหรัฐ รวมทั้งมีโครงการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ทางทหารและเครื่องบินลำเลียงรุ่นล่าสุดด้วย ซึ่งประธานาธิบดีปูตินบอกว่าเป็นการพัฒนาจาก “ผู้ขายกับผู้ซื้อ” ไปสู่ “หุ้นส่วน” ทำงานด้วยกัน
สองประเทศยังมีผลประโยชน์ร่วมกันด้านพลังงาน การที่อินเดียเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้อินเดียต้องใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมของตนที่ขยายตัวชนิดหยุดไม่อยู่ อินเดียต้องสร้างหลักประกันด้านพลังงานของประเทศ เพราะอินเดียประเมินว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า อินเดียต้องบริโภคน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าจากที่ใช้ในปัจจุบัน ถ้าอินเดียไม่มีแหล่งพลังงานเพียงพอเศรษฐกิจอินเดียอาจชะงักการขยายตัวได้ นอกเหนือจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งนำเข้าพลังงานที่สำคัญแล้ว รัสเซียซึ่งเป็นประเทศนอกกลุ่มโอเปกที่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบันและอนาคตของอินเดียได้ ขณะนี้อินเดียไปร่วมในการสำรวจขุดเจาะแหล่งน้ำมันที่หมู่เกาะซาคาริน ในมหาสมุทรแปซิฟิก ประธานาธิบดีปูตินกำลังเสนอให้อินเดียไปร่วมสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ในหมู่เกาะซาคาริน
ขณะนี้รัสเซียได้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้อินเดีย 2 แห่ง ที่รัฐทมิฬนาฑู ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และกำลังเสนอสร้างให้อีก 4 แห่ง โดยรัสเซียสามารถขายปฏิกรณ์นิวเคลียร์และแร่ยูเรเนียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับอินเดีย และนำเงินมหาศาลกลับประเทศ
การค้าระหว่างรัสเซียและอินเดีย ขยายตัวมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งด้านการค้าและการลงทุน
การเยือนรัสเซียครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีมานโมฮาน ซิงห์แห่งอินเดีย เท่ากับเป็นการย้ำมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ เหมือนกับเพื่อนเก่ามาพบกันอีกครั้ง อย่างไรก็ดี แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีมาโดยตลอด แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายใหม่ๆ รวมถึงการแข่งขันจากตะวันตก การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการทหารของจีน อินเดียจึงต้องหาทางสร้าง “ความสมดุลทางยุทธศาสตร์” หรือ “สามเหลี่ยมยุทธศาสตร์” ระหว่างอินเดีย รัสเซีย และสหรัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายในนโยบายต่างประเทศของอินเดีย (ศุกร์ 16 พ.ย. 50)