|
|
|
ฆาตรกรโลก |
|
|
|
แม้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอัลจีเรียซึ่งอยู่ห่างจากไทยหลายพันกิโลเมตร แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ผมเห็นว่าน่าจะหยิบขึ้นมาวิเคราะห์ ส่วนเหตุผลนั้นให้อ่านตอนท้ายของบทความนี้
การที่กลุ่มก่อการร้ายใช้รถสองคันบันทุกระเบิดเต็มไปจอดหน้าที่ทำการสหประชาชาติ ณ เมืองอัลเจียร์ เมืองหลวงของประเทศอัลจีเรียซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกาเมื่อวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2550 เป็นเรื่องที่ถูกประนามไปทั่วโลก เพราะโลกรับไม่ได้กับการกระทำอันป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม จากการที่กลุ่มก่อการร้ายวางระเบิดสำนักงานสาขาของสหประชาชาติซึ่งเป็นองค์กรโลกซึ่งไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใครจนอาคารพังยับเยิน ทำให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ตำรวจ พลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่แถวนั้นตาย 37 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ตัวเลขล่าสุดจากทางการอัลจีเรียคือ คนตาย 37 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
กลุ่มก่อการร้ายอิสลามของอัลจีเรีย ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มอัล กออิดะ ในแอฟริกาเหนือ ได้ออกมาประกาศความรับผิดชอบผ่านทางเว็บไซต์ของตน พร้อมกับแสดงภาพและประวัติสั้น ๆ ของมือระเบิดพลีชีพสองคน ๆ หนึ่งอายุถึง 64 ปี ส่วนอีกคนอายุ 32 ปี
ประวัติของฆาตกรทั้งสองเป็นเรื่องที่น่าสนใจ กล่าวคือ คนที่อายุ 64 ปีนั้นเคยติดคุกในข้อหาก่อการร้ายมาก่อนและได้รับนิรโทษกรรมพร้อมกับนักโทษคนอื่น ๆ เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งในการที่เขาตัดสินใจเป็นมือระเบิดพลีชีพครั้งนี้ ทำนองว่า ไหน ๆ จะตายแล้วก็ขอตายเพื่อพระเจ้า ส่วนคนหนุ่มนั้นมาจากถิ่นยากจนหรือสลัมในกรุงอัลเจียร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพวกผู้ก่อการร้ายคลั่งศาสนา คนพวกนี้มาจากครอบครัวที่ยากจน จึงถูกล้างสมองได้ง่าย
กลุ่มก่อการร้ายมักเลือกเอาบุคคลที่หมดหวังในชีวิต หรือเป็นผู้ป่วยขั้นสุดท้ายมารับการอบรมล้างสมองเพื่อปฏิบัติการก่อการร้ายตามอุดมการณ์ การคัดเลือกคนหนุ่มสาวที่มาจากครอบครัวยากจน หรือเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตมาล้างสมองเป็นสิ่งที่กลุ่มก่อการร้ายกระทำมาโดยตลอด บางกรณี กลุ่มก่อการร้ายเอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กพร้อมกับล้างสมองไปด้วย จนเด็กเหล่านี้เมื่อเติบโตขึ้นมาก็พร้อมที่จะสละชีพตามคำสั่งของผู้นำได้ เมื่อคนหนึ่งตาย ก็มีคนอื่นทะยอยขึ้นมาเป็นมือระเบิดพลีชีพอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
หน่วยงานสหประชาชาติที่เมืองอัลเจียร์แห่งนี้ไม่ใช่เป็นแห่งแรกที่โดนระเบิดพลีชีพ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2546 สำนักงานสาขาของสหประชาชาติที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรักถูกรถบันทุกระเบิดพุ่งเข้าใส่ การโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้ายที่ประกาศตัวว่าเป็นเครือข่ายของอัล กออิดะครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติและลูกจ้าง รวมทั้งพลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 22 คน รวมทั้งหัวหน้าสำนักงาน และมีคนบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
นอกจากสำนักงานของสหประชาชาติตกเป็นเป้าหมายแล้ว กลุ่มก่อการร้ายอัลจีเรียยังประกาศที่จะโจมตีผลประโยชน์ของฝรั่งเศสและสเปนในแอฟริกาเหนือด้วย ทำให้สถานทูตฝรั่งเศส เสปน รวมทั้งสถานสหรัฐ อังกฤษในอัลเจียร์ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น
ถามว่าทำไมกลุ่มก่อการร้ายจึงโจมตีสำนักงานสาขาขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์การโลก กลุ่มก่อการร้ายอัลจีเรียซึ่งเป็นสาขาของอัล กออิดะ ให้เหตุผลว่า เพราะสำนักงานสหประชาชาติในอัลจีเรียเป็นกองบัญชาการของพวกนอกศาสนาระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกรับไม่ได้ถึงเหตุผลที่อ้าง ที่สำคัญคือ ทำให้เจ้าหน้าที่โลกซึ่งทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งโลก รวมทั้งลูกจ้างท้องถิ่น พลเรือนที่บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย ถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม
ก่อนหน้านี้ กลุ่มก่อการร้ายอัลจีเรียกลุ่มเดียวกันนี้ พยายามสังหารนายกรัฐมนตรีอัลจีเรียโดยมือระเบิดพลีชีพ แต่เข้าไม่ถึงตัวนายกรัฐมนตรีเพราะมี รปภ.ล้อมรอบไปหมด ในที่สุด มือระเบิดพลีชีพตัดสินใจจุดชนวนระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ.และพลเรือนตายและบาดเจ็บหลายคน แต่นายกรัฐมนตรีอัลจีเรียปลอดภัย ซ้ำยังพยายามวางระเบิดที่ทำการสภารัฐธรรมนูญและศาลฏีกาอัลจีเรียด้วย กลุ่มก่อการร้ายอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะรัฐบาลอัลจีเรียร่วมมือกับสหรัฐและตะวันตกในการปราบปรามลัทธิก่อการร้ายและพวกอิสลามหัวรุนแรง
การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายอัลจีเรียซึ่งเป็นเครือข่ายของอัล กออิดะ ถูกประนามไปทั่วโลก โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐเรียกการกระทำนี้ว่าเป็น สัตรูของมนุษยธรรม เพราะโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสเรียกว่าเป็นการใช้ความรุนแรงแบบหน้ามืดตามัว ไร้เหตุผล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีประนามว่าเป็นการกระทำของคนขี้ขลาด ตาขาว เลขาธิการสหประชาชาติบันคีมูนประนามว่า เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดตาขาว ป่าเถื่อน ที่สมควรถูกลงโทษโดยประชาคมระหว่างประเทศ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีอัลจีเรียซึ่งเคยตกเป็นเป้าหมายการสังหารมาแล้ว ประนามผู้กระทำว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งนักศึกษา ลูกจ้าง คนงานและนักท่องเที่ยว
กลุ่มก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยสมควรได้รับคำประนามจากสังคมโลก เพราะพฤติกรรมที่เที่ยวฆ่าพลเรือนที่บริสุทธิ์ทั้งชายหญิง เด็กเล็ก คนแก่ ไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาใด แม้แต่ครูอาจารย์ นักเรียน เจ้าหน้าที่อนามัย พระ ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนา ซึ่งมีแต่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและไม่มีทางสู้รบปรบมือด้วย คนที่ทำมาหากินโดยสุจริตประเภทหาเช้ากินค่ำ คนกรีดยาง คนขายไอสครีม ฯลฯ ยังถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ทั้งการฆ่าตัดคอ การเอาระเบิดไปวางที่ตลาดซึ่งทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายซื้อของตายและบาดเจ็บ เผาโรงเรียนและที่ทำการอนามัย แม้แต่น้ำท่วมที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน พวกมันยังเที่ยวไล่ฆ่าคนเหมือนผักปลา ฯลฯ
การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายในสามจังหวัดขชายแดนภาคใต้เป็นการกระทำของคนขี้ขลาด ตาขาว ป่าเถื่อน เป็นการกระทำของฆาตกรที่เป็นสัตรูต่อมนุษยธรรม ที่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์แบบหน้ามืดตามัวไม่ลืมหูลืมตา ที่สมควรถูกลงโทษโดยประชาคมโลก ไม่แพ้การระเบิดหน้าสำนักงานสหประชาชาติที่เมืองอัลเจียร์ ประเทศอัลจีเรีย เช่นกัน
|
|
|
|