|
|
|
แหล่งผลิตผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ |
|
|
|
มีการวิเคราะห์ว่าไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่อันตรายมากไปกว่าปากีสถาน เพราะปากีสถานมีทุกสิ่งทุกอย่างที่กลุ่มก่อการร้ายต้องการ อาทิ ปากีสถานเป็นประเทศที่ไร้เสถียรภาพทางการเมือง เป็นประเทศที่มีเครือข่ายของอิสลามหัวรุนแรงอย่างกว้างขวาง มีประชากรรุ่นหนุ่มสาวที่ต่อต้านตะวันตกอย่างรุนแรง ซึ่งง่ายต่อการชักชวนให้เข้ามาร่วมขบวนการ เป็นพื้นที่ฝึกอบรมการก่อการร้าย หน่วยงานความมั่นคงไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งแตกต่างจากอิรักและอัฟกานิสถานที่ฝ่ายความมั่นคงทำงานอย่างเข้มแข็ง เพราะมีกองทหารอเมริกันและนาโต้เข้าไปประจำอยู่และไล่ล่าผู้ก่อการร้ายอยู่ทุกวัน ปากีสถานเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านอาวุธนิวเคลียร์ และมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถ้ากลุ่มอัลกออิดะห์ต้องการเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์และไฮเทคก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลๆ แต่สามารถหาเอาได้จากปากีสถานนี่เอง
อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่าปากีสถานเป็นชาตินิวเคลียร์ที่ไร้เสถียรภาพทางการเมือง กลุ่มก่อการร้ายสามารถเข้าไปมีอิทธิพลเหนือชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะบริเวณชายแดนติดต่อกับอัฟกานิสถาน ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายมีเสรีในการเคลื่อนไหวโดยที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถทำอะไรได้ ยกเว้นต้องยกกำลังขนาดใหญ่เข้าไปปราบ ค่ายผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานในปากีสถานกลายเป็นแหล่งซ่อนตัวของนักรบตอลิบานไปแล้ว พื้นที่บางแห่ง เมืองบางเมือง ได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มตอลิบานและอัลกออิดะห์ที่สามารถข้ามพรมแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถานได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการเพื่อไปปฏิบัติการในและนอกปากีสถาน
ในขณะที่คะแนนนิยมต่อ ประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ แห่งปากีสถาน ซึ่งครองอำนาจมานานกว่า 8 ปีลดลง กลุ่มก่อการร้ายชาวปากีสถานที่ชายแดนมีเสรีมากขึ้นในการออกปฏิบัติการนอกหมู่บ้านแถบชายแดน บางส่วนเข้ามาปฏิบัติการก่อการร้ายถึงกรุงการาจี ซึ่งอยู่ตอนใต้สุดบนฝั่งมหาสมุทรอินเดีย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มก่อการร้ายที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทั่วประเทศ ในขณะที่ทหารไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะสกัดกั้นกลุ่มก่อการร้ายที่ปฏิบัติการในเมืองได้
ส่วนหนึ่งต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดในนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้ด้วย เพราะหน่วยข่าวกรองของปากีสถานหรือไอเอสไอ ซึ่งมีชื่อเสียงมาก ได้ช่วยฝึกอบรมและทุ่มการสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกอย่างให้กับกลุ่มตอลิบานจนมีกำลังกล้าแข็ง เพื่อให้เป็น นอมินี ขับไล่ทหารโซเวียตโดยใช้ดินแดนปากีสถานเป็นฐานฝึกอบรมและปฏิบัติการ หลังจากที่สหภาพโซเวียตถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน กลุ่มตอลิบานได้ขึ้นครองอำนาจและบริหารอัฟกานิสถานแบบรัฐอิสลามที่เคร่งครัดอย่างยิ่ง และให้แหล่งพักพิงแก่กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ในอัฟกานิสถาน ทำให้กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงในปากีสถานเคลื่อนไหวเพื่อต้องการให้ปากีสถานมีการปกครองประเทศแบบกลุ่มตอลิบาน หรือที่เรียกว่า Talibanization
เมื่อรัฐบาลปากีสถานร่วมมือกับสหรัฐและนาโต้ขับไล่กลุ่มตอลิบานให้พ้นจากอำนาจ และกวาดล้างกลุ่มอัลกออิดะห์ ปรากฏว่าสมาชิกตอลิบานและอัลกออิดะห์หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพรมแดนปากีสถานแทน ขณะที่สมาชิกอิสลามหัวรุนแรงปากีสถานที่ต่อต้านรัฐบาลอิสลามาบัดได้ใช้วิธีก่อการร้ายแบบอัฟกานิสถานและแบบอิรัก เช่น การลอบวางระเบิด และการใช้ระเบิดพลีชีพ เป็นต้น มีความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีมูชาร์ราฟมาแล้ว 2 ครั้ง กบฏชนกลุ่มน้อยได้สังหารทหารปากีสถานในการสู้รบไปแล้วกว่า 1,000 คน
วิเคราะห์กันว่า ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และอิรัก เป็นแหล่งผลิตผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ และเป็นแหล่งฝึกอบรมด้วยของจริงในการสู้รบและสังหารทหารอเมริกันและทหารชาติตะวันตก คนปากีสถานโดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาวมีความรู้สึกว่าที่รัฐบาลปากีสถานปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานและอัลกออิดะห์ซึ่งเป็นคนศาสนาเดียวกันเพราะดำเนินนโยบายตามสหรัฐ ความรู้สึกต่อต้านสหรัฐระบาดอย่างกว้างขวางในบรรดาคนหนุ่มสาว คนเหล่านี้หันมาเห็นอกเห็นใจกลุ่มตอลิบานและอัลกออิดะห์แทน ทำให้ง่ายต่อการชักชวนเข้าร่วมขบวนการ และกลายเป็นผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ที่มีความรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัยที่สามารถนำมาใช้ในการก่อการร้ายได้
นอกจากอัฟกานิสถาน อิรัก และปากีสถานเป็นแหล่งผลิตผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่แล้ว ยังใช้เป็นพื้นที่ฝึกผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ด้วยของจริง หรือที่เรียกว่า On the job training เพราะในอัฟกานิสถานและอิรักมีทหารอเมริกันและชาติตะวันตกเป็นเป้าซ้อมยิง เป้าวางระเบิด และเป็นสนามซ้อมรบกันได้ตลอดเวลา ในปากีสถานก็มีทหารปากีสถานเป็นเป้าซ้อมมือ ผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่คนไหนที่ผ่านการฝึกด้วยของจริงจากสนามรบทั้งสามได้ถือว่าได้ปริญญาการก่อการร้ายที่มีโอกาสจะเติบโตเป็นผู้ก่อการร้ายรุ่นใหญ่ต่อไป
ภาคใต้ของไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่และแหล่งฝึกอบรมผู้ก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เยาวชนไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตกเป็นเหยื่อการชักชวนของกลุ่มก่อการร้าย เพราะถ้าคนหนุ่มสาวเหล่านี้ซึ่งต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐอยู่แล้วเข้าร่วมกับขบวนการ พวกเขาจะสามารถต่อสู้ไปได้อีกหลายสิบปี ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายรุ่นเก่าทยอยกันตายไปทีละคนสองคน
มองกันว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนอกจากใช้เป็นพื้นที่ฝึกผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่คนไทยแล้ว อาจมีผู้ก่อการร้ายจากประเทศอื่นในภูมิภาคถูกส่งมาร่วมในการฝึกด้วยของจริงด้วยก็ได้ในอนาคต โดยมีเจ้าหน้าที่และพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นเป้าซ้อมมือ
เพราะฉะนั้น รัฐบาลไทยต้องป้องกันไม่ให้ขบวนการก่อการร้ายสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนตน และไม่ให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยถูกใช้เป็นพื้นที่ฝึกการก่อการร้ายสำหรับคนไทยและคนต่างชาติ ไม่เช่นนั้นไทยจะปวดหัวไปอีกนาน( ศุกร์ 26 ต.ค. 50)
|
|
|
|