|
|
|
จีนกับกบฏแบ่งแยกดินแดน |
|
|
|
ศาลยุติธรรมของจีนเพิ่งตัดสินประหารชีวิตชาวจีนมุสลิม 5 คนในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดน ในจำนวนนี้สองคนได้รับโอกาสยังไม่ต้องถูกประหารชีวิตเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งในช่วงเวลานี้หากนักโทษทั้งสองประพฤติตัวดีก็อาจไม่ต้องถูกประหารชีวิต แต่เปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิตแทน ส่วนคนที่หกนั้นถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นักโทษทั้งหกถูกข้อหาแตกต่างกัน ตั้งแต่เป็นผู้จัดหาและประกอบวัตถุระเบิด จนถึงชักชวนคนเข้าเป็นสมาชิก และส่งไปฝึกอบรมที่ ค่ายลับหุบเขามรณะ แถบชายแดน
ประเทศจีนเจอปัญหาด้านความมั่นคงหลักอยู่ 3 ประการใหญ่ คือ ปัญหาช่องแคบไต้หวัน ปัญหาทิเบต และปัญหากบฏแบ่งแยกดินแดนในมณฑลซินเจียง คนไทยส่วนใหญ่รู้เรื่องปัญหาจีนกับไต้หวันดี และรู้เรื่องทิเบตรองลงมา โดยเฉพาะคนไทยได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับองค์ทะไล ลามะ ซึ่งเป็นหัวหน้าพระในพุทธศาสนาในทิเบต ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและมีการถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องราวของกบฏแบ่งแยกดินแดนในมณฑลซินเจียง
แม้จีนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันรัฐบาลจีนยอมให้ประชาชนนับถือและปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาได้ สถิติทางการเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ระบุว่า ในจำนวนประชากรทั้งหมด 1,300 ล้านคน ร้อยละ 31.4 หรือกว่า 300 ล้านคน มีความเชื่อทางศาสนาเป็นของตนเอง ในจำนวนนี้ประมาณ 200 คนนับถือศาสนาพุทธ โดยเฉพาะในทิเบตและมองโกเลีย ประชาชนนับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน บางพวกในมณฑลยูนนานนับถือพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท นอกจากนั้นมีคนจีนนับถือลัทธิเต๋า และอีก 40 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์
คนจีนที่นับถือศาสนาอิสลามมีเพียงร้อยละ 1.5 หรือประมาณ 20 ล้านคน โดยมีกลุ่มมุสลิมหลักอยู่ประมาณ 10 กลุ่ม ครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่าฮุยที่กระจายอยู่ทั่วไป และมีมากกว่ามุสลิมชนเผ่าอุยกูร์ในมณฑลซินเจียง ในจีนมีมัสยิดรวม 23,900 แห่ง มีโต๊ะอิหม่าม 27,000 คน ชนเผ่าอุยกูร์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายแขกขาวเอเชียกลางมากกว่าเหมือนคนจีน พูดภาษาตุรกี และมีขนบธรรมเนียมประเพณีคล้ายกับมุสลิมในประเทศเอเชียกลาง มีพวกมุสลิมหัวรุนแรงอุยกูร์จำนวนหนึ่งที่เคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดน โดยต้องการแยกดินแดนส่วนหนึ่งของซินเจียงเป็นรัฐเอกราช ด้วยการใช้ ศาสนา เป็นเครื่องมือ และหลอกลวงประชาชนให้ลุกขึ้นต่อสู้ใน สงครามศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งมีการตั้งฐานฝึกอบรมการก่อการร้ายในบริเวณชายแดน
จีนมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ประนีประนอมกับกบฏแบ่งแยกดินแดนไม่ว่าส่วนใดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีไต้หวัน ทิเบต หรือซินเจียง เพราะถ้าปล่อยให้กลุ่มใดแบ่งแยกดินแดนได้ รัฐบาลปักกิ่งเกรงว่าจีนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ คล้ายกับกรณีของสหภาพโซเวียต ดังนั้น รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจึงดำเนินการปราบปราม จับกุมสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์ตลอดมา ก่อนหน้านี้ก็จับแกนนำหลายคนส่งฟ้องศาลจนถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละหลายปี บางคนถูกปรับเป็นเงินหลายหมื่นหยวน เพราะจีนถือว่ากบฏแบ่งแยกดินแดนเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ
ประเทศตะวันตกกล่าวหาจีนใช้กบฏอุยกูร์เป็นข้ออ้างว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เพื่อดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง แต่สหรัฐมองว่าคนกลุ่มนี้เป็น นักต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางศาสนา ซึ่งจีนรับไม่ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตีความเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเป็นสำคัญ
ในแต่ละปีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐจะทำรายงานประจำปีว่าด้วยเสรีภาพด้านศาสนาระหว่างประเทศเพื่อเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 102 (ข) ของกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศ ปี 2531 สำหรับรายงานประจำปี 2550 นั้น สหรัฐได้รายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติของรัฐบาลจีนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ประมาณ 1 หน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายงานจับกุมคุมขังกบฏอุยกูร์ในรอบปี 2549
รัฐบาลกลางจีนถือว่ากบฏซินเจียงเป็นปัญหาภายในของประเทศที่ไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่ง ในขณะที่สหรัฐพยายามเข้าไปวุ่นวายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองสำหรับคอยแหย่รัฐบาลจีนนอกเหนือจากที่ใช้ไต้หวัน อย่างไรก็ดี หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 สหรัฐต้องการความร่วมมือจากจีนในการปราบปรามการก่อการร้าย จึงต้องประนีประนอมกับจีนโดยยอมรับว่ากบฏแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์เป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ใช่นักต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางศาสนา เมื่อใดก็ตามที่จีนไม่มีประโยชน์กับสหรัฐ สหรัฐก็คงหันมาสนับสนุนกบฏอุยกูร์ในซินเจียงว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพเช่นเดิม
การที่นำเรื่องนี้มาเขียน เพราะไทยก็มีปัญหากบฏแบ่งแยกดินแดนคล้ายกับจีน ซึ่งไทยถือว่าเป็นกิจการภายในประเทศ และเป็นปัญหาการก่อการร้ายภายในประเทศที่จำเป็นต้องใช้มาตรการต่างๆทั้งระยะสั้นและระยะยาวเข้าดำเนินการ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ถ้าผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนไทยไปอยู่ในจีน ป่านนี้คงถูกประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตไปหมดแล้ว (พุธ 14 พ.ย. 50)
|
|
|
|