วิเคราะห์ข่าว
จีน-ต้นแบบการพัฒนาของชาติกำลังพัฒนา
เศรษฐกิจของจีนยังทะยานพุ่งขึ้นชนิดหยุดไม่อยู่ แม้ว่าผู้นำประเทศประกาศว่าพยายามจะชะลอลง เพราะเศรษฐกิจของจีน “ร้อนแรง” เกินไปก็ตาม ล่าสุดมีข่าวว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2550 คาดว่าจะโตถึงร้อยละ 11.2 ลดลงเล็กน้อยจาก 3 ไตรมาสแรกที่โตเฉลี่ยร้อยละ 11.5 แต่เศรษฐกิจทั้งปี 2550 คาดว่าน่าจะโตร้อยละ 11.4 เพิ่มจากปี 2549 ซึ่งโตร้อยละ 11.1 ทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวเกินร้อยละ 10 ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ส่วนอัตราเงินเฟ้อลดลงจากร้อยละ 6.1 ในไตรมาสที่ 3 เหลือร้อยละ 5.9 แต่ราคาอาหารสูงขึ้น
การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญที่ผลักให้เศรษฐกิจจีนรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าในไตรมาส 4 ปีนี้การส่งออกจะขยายตัวจากปีที่แล้วร้อยละ 22.5 แต่ก็ยังน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ขยายตัวร้อยละ 28.9 คาดว่าปีนี้ทั้งปีการค้าของจีนจะเกินดุลถึง 273,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าปีก่อนซึ่งได้เพียง 177,470 ดอลลาร์สหรัฐ
เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลจีนประกาศมานานแล้วว่าจะทำให้ความร้อนแรงทางเศรษฐกิจเย็นลง โดยออกมาตรการต่างๆมากมาย แต่เศรษฐกิจจีนก็ไม่เย็นลงสักที แม้จะถูกกดดันจากสหรัฐและสหภาพยุโรปให้เพิ่มค่าเงินหยวน แต่การค้าระหว่างประเทศของจีนก็เกินดุลตลอดมา ซ้ำเม็ดเงินยังได้เพิ่มมากขึ้นอีก
ประเทศกำลังพัฒนากำลังเฝ้ามองจีนอย่างใกล้ชิด และคิดว่าจีนน่าจะเป็นต้นแบบการพัฒนาของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกได้ จีนซึ่งถูกลัทธิคอมมิวนิสต์กดทักษะแห่งความเป็นพ่อค้านักธุรกิจที่พระเจ้ามอบให้ตั้งแต่เกิดมานานหลายทศวรรษภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์เหมา เจ๋อ ตุง พอถูกปลดปล่อยก็ทะยานพุ่งแรงชนิดฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และปักกิ่งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งด้านวิชาการและเทคนิค และสถาปนาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เป็นประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
ไม่เพียงแต่ชาติกำลังพัฒนาเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากจีน แม้แต่ชาติที่พัฒนาแล้วก็ได้ประโยชน์จากจีนเช่นกัน แน่นอนเมื่อได้ก็ต้องมีจ่ายบ้าง ซึ่งเป็นของธรรมดา นอกจากด้านเศรษฐกิจ จีนยังแสดงบทบาททางการทูต โดยเป็นตัวกลางประสานระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ และยังมีตัวอย่างอีกหลายประการในบทบาทของจีนบนเวทีโลก
ในอินเทอร์เน็ตมีการตั้งหัวข้อให้คนโพสความคิดเห็นเข้ามาว่าจีนจะเป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศสำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกได้หรือไม่ มีคนโพสข้อความเข้ามาวิจารณ์บทบาทของจีนที่ผ่านมาทั้งทางบวกและลบ หลายคนมองว่าจีนแสดงให้ทุกชาติได้ประจักษ์ว่าสามารถประสบความสำเร็จได้โดยผ่านทางการค้าและการทูต ไม่ใช่ผ่านลัทธิจักรวรรดินิยมแบบสหรัฐ เพราะจีนไม่เคยแสดงออกหรือมีเจตนาที่จะไปหาอาณานิคมนอกเขตแดนของตนเลย จีนน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดี โดยโฟกัสไปที่การพัฒนาธุรกิจเป็นสำคัญ ธุรกิจนำไปสู่ความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ต้นทุนที่จีนไปช่วยประเทศในแอฟริกา เช่น การสร้างถนน โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆมีราคาถูกกว่าตะวันตก 25-30% และเสร็จเร็วกว่าด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกใจที่เวลาจีนประมูลงานใหญ่ๆได้บ่อยครั้ง
บางคนมองว่าการที่จีนขยายการทูตของตนไปได้ทั่วโลกเพราะจีนมีพลังด้านการเงินมหาศาล คนในทวีปแอฟริกาบางคนชมว่าจีนไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนจีนบนแผ่นดินใหญ่ดีขึ้นเท่านั้น ยังทำให้ชีวิตของคนแอฟริกาดีขึ้นด้วย จีนไม่เคยส่งทหารเข้าไปเข่นฆ่าคนในประเทศอื่น (สงสัยจะแซวสหรัฐที่ส่งทหารบุกอิรัก) แต่กระทำผ่านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแทน
บางคนมองว่าเวลาจีนเข้าหาประเทศกำลังพัฒนาจะทำตัวแบบธรรมดา ไปหาใครก็ไม่ทำตัวใหญ่โตเหนือคนอื่น ในรอบทศวรรษครึ่งที่ผ่านมาจีนแสดงท่าทีให้เห็นว่าต้องการเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน จีนโอนย้ายความรู้ทางเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศกำลังพัฒนา คล้ายกับเป็นการ “สอนให้รู้จักจับปลา” มากกว่า “การเอาปลาไปให้”
บังเอิญคนที่โพสมาข้างบนส่วนใหญ่เป็นคนจีน ทำให้มีผู้เขียนบางคนซึ่งคงเป็นฝรั่งหมั่นไส้ โดยแสดงอาการโกรธเกรี้ยวว่าอยากจะอ้วกกับคำชมดังกล่าว และมองว่าคนจีนที่เขียนชมประเทศตนเป็นพวก “ลัทธิคลั่งชาติที่ไม่ลืมหูลืมตา” ซึ่งไม่ใช่เป็นการแสดงออกทาง “ปัญญา” เลยโดนตอบโต้โดยยกภาษิตของขงจื๊อมาบอก “ถ้าคุณไม่ชอบข่าวสารนี้ คุณก็อย่าทำลายมัน” เพราะนี่คือการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย
ท่านผู้อ่านล่ะ มองจีนอย่างไรบ้าง?
จริงอยู่ บนถนนแห่งความสำเร็จของจีนย่อมมีอุปสรรคมากมาย ด้านหนึ่งจีนประสบความสำเร็จที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตามองอย่างชื่นชม แต่จีนก็ยังต้องแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมโลกอีกหลายอย่างที่จะทำให้โลกยอมรับและลดความหวาดระแวงจีน (พฤหัสฯ 15 พ.ย. 50)