YOU ARE HERE:

The-Thainews.com

ค้นหา

คดีปราสาทพระวิหาร

E-mail Print PDF

 

กรองข่าวมาเล่า 18 เม.ย.56 คดีปราสาทพระวิหาร ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

สัปดาห์นี้ เรื่องที่ฮิตที่สุดคงจะเป็นเรื่องศาลโลกรับฟังการปิดคดีเขาพระวิหารซึ่งรายละเอียดคงไม่ต้องพูดถึง เป็นเพียงฉากหนึ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย กัมพูชา เท่านั้น แต่ต้องรอไปจนถึงปลายปีนี้ว่าหวยจะออกมาในรูปใด

เราไว้ใจและให้กำลังใจทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศนำโดยท่านทูตวีรชัย พลาศรัย เรารู้ว่าท่านจะต่อสู้อย่างเต็มที่เพราะเดิมพันคือชาติบ้านเมือง การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของท่านทูตวีรชัยและทีมงาน เราเชื่อมั่นใน มืออาชีพ ของท่านเพราะท่านได้พิศูจน์ให้คนไทยเห็นแล้วว่า ท่านยึดความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ยอมตกอยู่ใต้การบงการของนักการเมือง แม้จะถูกย้ายออกจากตำแหน่งโดยไม่ยอมทำในสิ่งที่ขัดกับจิตสำนึก ดังนั้น เราถึงมีความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของท่านและทีมงาน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม

แต่เราไม่ไว้ใจนักการเมืองในรัฐบาลชุดนี้เพราะอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเขมร ในเมื่อไม่กี่ปีมานี้ อดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งของพรรคนี้มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ลุกลี้ลุกลน ปกปิด เร่งรีบรวบรัดไปให้คำรับรองจนทำให้กัมพูชาสามารถยื่นคำร้องขอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวพร้อมกับแผนที่แนบท้ายที่ทำให้ไทยเสียเปรียบอย่างมากได้ทันเวลา ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบันซึ่งยังไม่ทันไรเลยก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ไทยมีแต่แพ้และเสมอตัว รวมทั้งรัฐมนตรีชุดนี้อีกหลายคนออกมาพูดปรามคนไทยให้เคารพการตัดสินของศาล รวมทั้งเตรียมหาเรื่องแก้ตัวไว้แล้วหากแพ้คดี โดยโยนความผิดให้ฝ่ายค้านต้องรับไปครึ่งหนึ่งเพราะทีมทนายชุดนี้เป็นทีมเดียวกับที่รัฐบาลชุดก่อนตั้งขึ้น จนทำให้คนไทยทั่วไปมีความรู้สึกว่า ไทยจะแพ้ในคดีนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเวที นอกจากนั้น คนไทยยังทำภาพหลอนที่นักการเมืองของพรรคปกครองขณะนี้แห่กันไปกราบไหว้ฮุนเซนที่พนมเปญ คนหนึ่งนำพระสยามเทวาธิราชจำลองไปมอบให้ฮุนเซน เหมือนกับประเทศไทยไปให้เขมร

ผู้นำเขมรก็เช่นกัน เรื่องนี้ผ่านไป 50 ปีแล้วแต่ทำไมเพิ่งมาฟ้องร้องกันปีสองปีที่ผ่านมา บางคนอาจบอกว่าเพราะเขาต้องการพื้นที่ประกอบตัวปราสาทที่จะเป็นมรดกโลก ซึ่งมีเหตุผล ทีนี้มาถึงศาลโลกที่คนไทยเป็นห่วง เพราะครั้งที่แล้วเราแพ้เพราะศาลอ้างกฎหมายปิดปาก ทั้งที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพขึ้นไปดูปราสาทครั้งนั้นไม่มีสถานะเกี่ยวกับข้องรัฐบาลและราชการเพราะท่านพ้นตำแหน่งหมดแล้ว แต่ขึ้นไปในฐานะนักโบราณคดี ครั้งนี้ พื้นที่รอบตัวปราสาทที่ไทยเรากั้นรั่วลวดหนามไว้ให้และเขมรยอมรับมาเป็นเวลา 50 ปีแล้ว ศาลจะใช้กฎหมายปิดปากเขมรบ้างไหม หรือศาลโลกจะทำตัวเป็นศาลการเมืองอย่างที่คนเขาพูด

ชายแดนด้านเขมรและปราสาทพระวิหารเป็นบทเรียนที่ไทยต้องศึกษา ปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่บนเขาพระวิหารนั้นมีมานาน เพราะความ ใจดี ของไทยที่อยากเห็นคนเขมรมีรายได้ ยอมให้มาค้าขายและสร้างบ้านเรือนและวัดวาอารามเป็นการถาวรในฝั่งไทย หน่วยงานความมั่นคงเตือนรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาไปแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลก็ไม่นำพาโดยพูดคำเดียวเพื่อความสัมพันธ์อันดี ปัญหาแบบนี้ควรให้กระทรวงต่างประเทศซึ่งเนมืออาชีพเป็นผู้ดำเนินการ คำว่า พื้นที่ทับซ้อน ที่คนไทยชอบพูดกันนัก เป็นคำที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ เพราะ อธิปไตยไม่มีการทับซ้อน ไม่เป็นของไทยก็เป็นของเขมร ไม่เป็นของเขมรก็เป็นของไทย เราต้องยืนยันว่าพื้นทิ่พิพาทดังกล่าวเป็นของไทย เหมือนกับที่ฮุนเซนยืนยันตลอดมาว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อนแต่เป็นดินแดนของเขมร การพูดโดยไม่เข้าใจทำให้เราเสียเปรียบได้

รัฐบาลชุดนี้ชอบพูดนักเรื่องความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรีก็เพิ่งออกมาพูดว่าห่วงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมร ดังนั้น เราน่าจะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมาบ้างว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงห่วงความสัมพันธ์กับเขมรนัก

รัฐบาลฮุนเซนมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย มาโดยตลอด แต่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ซึ่งขัดขวางผลประโยชน์ของกัมพูชาทั้งในเรื่องเขตแดนทางบก และทางทะเล รวมทั้งการขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว จึงไม่แปลกใจที่ทำไมรัฐบาลฮุนเซนจึงหนุนช่วยฝ่ายค้านขณะนั้นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ทั้งในสภาและนอกสภา เป็นที่ยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุร้ายในไทยช่วงปี 2553 ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากกัมพูชาทั้งในรูปการฝึกอบรมด้านอาวุธในชายแดนเขมรซึ่งมีทหารเขมรเป็นคนฝึกอบรมให้ ยินยอมให้ใช้ดินแดนเป็นฐานปฏิบัติการและแหล่งหลบซ่อนตัวของผู้ก่อการร้ายที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไทย โดยฝ่ายกัมพูชาอำนวยความสะดวกจัดให้พักอยู่ที่โรงแรมชั้นดี มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงว่า ในช่วงที่เกิดความวุ่นวายกันนั้น มีเรือประมง 3 ลำบันทึกอาวุธเต็มมาจากน่านน้ำกัมพูชาเข้ามาไทยโดยมีคนกลุ่มหนึ่งรับเอาไป คาดว่าอาจเอามาเตรียมพร้อมไว้ใช้ต่อสู้กับรัฐบาลในกรณีเกิดสงครามกลางเมือง

นอกจากนั้น เขมรยังสร้างสถานการณ์โดยยิงอาวุธหนักเข้ามาทางชายแดนเพื่อให้กองทัพไทยส่งทหารไปตรึงกำลังที่ชายแดน ไม่ให้มีส่งกำลังมาปราบปรามผู้ก่อเหตุร้ายและเหตุจลาจลใน กทม. ต่อมา เขมรได้ยิงปืนใหญ่เข้ามาในไทยก่อน เพื่อยั่วยุให้ไทยตอบโต้จ ะได้กล่าวหาว่าไทยรังแกกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเล็กกว่า และโฆษณาชวนเชื่อว่า การปะทะชายแดนเป็น สงครามระหว่างประเทศ เพื่อให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมองว่าเป็นการคุกคามต่อสันติภาพของภูมิภาค จะได้ออกมติประนามรัฐบาลไทยและบังคับให้ไทยยุติการคุกคามกัมพูชา ผลจากการนี้ทำให้สหรัฐและจีนได้ขายและให้อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากแก่กองทัพเขมร โดยเล็งไปที่แหล่งพลังงานในอ่าวไทยเป็นการตอบแทน นับว่าเขมรประสบความสำเร็จด้วยดีในการทำลายสถานะระหว่างประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้น

เป็นที่เข้าใจได้ว่า ผู้นำกัมพูชาย่อมเลือกสนับสนุนรัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่ให้ประโยชน์กับตน อย่างไรก็ดี การสนับสนุนอย่างเปิดเผยกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเพื่อล้มรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าเป็น การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น อย่างชัดเจน ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรของอาเซียน โดยที่กลุ่มอาเซียนอื่นๆ ก็อึดอัดกับพฤติกรรมของฮุนเซน

เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นสู่อำนาจ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเขมรกับผู้นำไทยจึงแน่นแฟ้นกลมเกลียว เพราะเขมรมีส่วนช่วยให้รัฐบาลชุดนี้ขึ้นสู่อำนาจ เพียงแต่จะถอนคดีออกจากศาลก็ไม่ได้เพราะยื่นฟ้องสมัยอภิสิทธิ์ไปแล้ว หากถอน เดี๋ยวคนเขมรจะด่าเอา เมื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ห่วงใยความสัมพันธ์อันดีกับเขมร น่าจะหมายถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวชินวัตรกับครอบครัวฮุนเซนมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวกับประเทศและประชาชนไทยแต่อย่างใด

คนไทยเป็นคนใจดี โอบอ้อมอารี ดีกับเพื่อนบ้านเสมอ แต่การอ้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างเดียวโดยที่ไทยต้องเสียประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ หรือยอม ๆ กันไป คงไม่ใช่วิธีการสร้างความสัมพันธ์อันดีที่ถูกต้องนัก การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันต้องดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย เขียนแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกหาว่า เป็นพวก คลั่งชาติ อีก

 

Last Updated ( Friday, 03 May 2013 05:59 )  

ความคิดเห็น

ความเหมาะสมของเว็บไซต์นี้
 

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

Content View Hits : 1560062