ตีไม่ไหวรีบเลิก/ลดราวาศอก/ใช้มีดโคเชือดไก่

(นิติภูมิ นวรัตน์ คอลัมน์ เปิดฟ้า..ส่องโลก นสพ.ไทยรัฐ ศุกร์ 3 มี.ค. 49 หน้า 2)

วันอาทิตย์มะรืนนี้ 5 มี.ค. 2549 อิหม่ามพายัพ สลาฮุดดีน+ สัปปุรุษแห่งมัสญิดอิรอด้าตุ้ลกาแมล ชวนนิติภูมิพูด “โลกตะวันตกทำร้ายมุสลิมอย่างไร” เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการมัสญิดและบำรุงการศึกษา เริ่มเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป ที่มัสญิดฯ คลอง 8 สายกลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ท่านใดสนใจเชิญครับ

ผมชอบอ่านกลยุทธ์ต่างๆของอดีตประธานเหมาเจ๋อตง แต่เพราะผมอ่านภาษาจีนไม่ได้ ผมจึงต้องหาตำราที่แปลเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาอ่าน ผู้หนึ่งซึ่งผมชอบอ่านหนังสือที่ท่านแต่งเกี่ยวกับเหมาเจ๋อตงมากก็คือ คุณสุขสันต์ วิเวกเมธากร หนังสือเล่มล่าสุดของคุณสุขสันต์คือ 48 Laws of Mao

เหมาเจ๋อตงเป็นลูกชาวนา แต่สามารถฝ่าฟันดั้นด้นจนพ้นอุปสรรคมายืนผงาดเป็นบุรุษหมายเลข 1 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลกได้ ย่อมไม่ใช่ได้มาเพราะฟลุก แต่ต้องเป็นเพราะมียุทธ-ศาสตร์และกลยุทธ์สำคัญในการก้าวไปสู่ตำแหน่งอันทรงเกียรติและทรงอำนาจนี้

เหมาเจ๋อตงเป็นทั้งนักรบและนักรักตัวฉกาจ ท่านมักจะเอาสองอย่างนี้มาเปรียบเทียบกันเสมอ ว่าการรบก็เหมือนกับการจีบสาว ที่ไม่ควรจีบอย่างมืดหน้าตามัว แต่ควรจีบอย่างมีสติสัมปชัญญะ ไม่ว่าจะรบหรือจีบสาวนั้น ต่าปู้หยิงจิ้วโจ่ว ตีไม่ไหวให้เลิก อย่าไปทู่ซี้ อย่าไปถือคติว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก

เมื่อเหมาเจ๋อตงสนใจผู้หญิงคนไหน หากผู้หญิงคนนั้นเล่นตัวมากนัก ท่านก็จะทำเฉยไปไม่สนใจไยดี บางทีสตรีที่เล่นตัวเหล่านี้ต้องเป็นฝ่ายมาหาท่านเองก็มี เหมาเจ๋อตงเอากลยุทธ์ ต่าปู้หยิงจิ้วโจ่ว นี่แหละครับมาประยุกต์ใช้ในการทำศึก ท่านกำชับทหารป่าว่า มีข้อห้ามในการทำศึกอยู่ 4 อย่างดังนี้

1. ใหญ่กว่าอย่าไปตี 2. พวกมากอย่าไปตี 3. มั่นคงอย่าไปตี และ 4. เลิกยากอย่าไปตี

เจอข้าศึกตัวต่อตัว แต่ข้าศึกตัวใหญ่กว่ามาก อย่าไปต่อสู้ด้วยซึ่งหน้า นี่แหละครับคือ ใหญ่กว่าอย่าไปตี

หากไปเจอข้าศึกตัวเท่ากัน แต่ในบริเวณใกล้เคียงนั้นยังมีพรรคพวกของข้าศึกคุมเชิงอยู่อีกหลายคน ให้หลีกเลี่ยงเสีย อย่าไปต่อสู้ด้วย นี่แหละครับ พวกมากอย่าไปตี

ข้าศึกมีกำลังเท่ากับเรา และไม่มีพวกคอยช่วย แต่อยู่ในที่มั่นคง แข็งแกร่ง ปลอดภัย มีชัยภูมิที่ดี ก็อย่าไปตีให้เหนื่อยแรง นี่คือ มั่นคงอย่าไปตี

ท่านไปเจอข้าศึกมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถึงแม้ว่าจะมีกำลังไม่มากนัก แต่ถ้าต้องทำศึกยืดเยื้อ ท่านว่าอย่าไปตีให้เสียแรงเสียเวลา อันนี้คือ เลิกยากอย่าไปตี

เหมาเจ๋อตงเป็นนักอ่านตัวยง ท่านได้นำเรื่องที่อ่านมาใช้ประยุกต์เพื่อให้ได้ประโยชน์ในชีวิตจริง ทั้งเรื่องบู๊และเรื่องบุ๋น เหมาเจ๋อตงนำกลยุทธ์ ทุ่ยย่างยีปู้ ภาษาไทยก็คือ กลยุทธ์ ลดราวาศอก มาปรับใช้ในสมรภูมิการทำศึกชิงแผ่นดินกับพวกขุนศึกฝ่ายรัฐบาล ซึ่งพวกนี้ชอบทำตัวเป็นอันธพาลข่มเหงประชาชนผู้อ่อนแอกว่า เหมาเจ๋อตงสอนให้ประชาชนทำทีเป็นอ่อนน้อมให้พวกขุนศึกตายใจ จากนั้นก็ให้ใช้ทีเผลอจัดการเชือดให้ไอ้พวกอันธพาลฝ่ายรัฐบาลตาย

ประวัติศาสตร์การรบของจีนตั้งแต่ยุคโบราณมีอยู่หลายครั้ง ที่ฝ่ายอ่อนแอกว่ายอมลดราวาศอกให้ก่อน หลังจากนั้นก็กลายเป็นฝ่ายชนะได้ในภายหลัง เพราะฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเกิดความทระนงตัวจนกลายเป็นความประมาท

อีกกลยุทธ์หนึ่งซึ่งมีการนำมาใช้เพื่อให้การศึกสงครามสงบจบลงโดยเร็วก็คือ ย่งหนิวตาวซาจี หรือ ใช้มีดโคเชือดไก่ บางทีการใช้มีดเล็กๆเชือดไก่แบบปกติ หากไก่ตัวนั้นมีฤทธิ์มากก็อาจดิ้นหลุดรอดได้ เหมาเจ๋อตงจึงบอกให้ทหารป่าควรใช้มีดโคเชือดไก่ เพื่อให้คอขาดสะบั้นได้โดยง่ายกว่าการใช้มีดเล็กๆเฉือนทีละเล็กละน้อย

เหมาเจ๋อตงใช้กำลังทหารป่าจำนวนมากมายกว่าหลายเท่า เข้าจู่โจมโหมกระหน่ำทหารรัฐบาลส่วนย่อยๆ ซึ่งพวกนี้เหมือนกับไก่หลง การโจมตีอย่างนี้ จะไม่มีไก่หลงตัวไหนที่จะรอดชีวิตไปได้

สงครามวันนี้มีความยืดเยื้อ เสียงเอ็ดอื้ออึงทำให้แมวร้องไห้ไปแล้วหลายรอบ เป็นเพราะไอ้เปี๊ยกลูกเจ้หรอยก้นซอย 3 มัวแต่ใช้มีดเล็กๆเชือดไก่ เอ็งควรจะใช้กลยุทธ์ของเหมาเจ๋อตงทั้ง ย่งหนิวตาวซาจี (ใช้มีดโคเชือดไก่) ทุ่ยย่างยีปู้ (ลดราวาศอก) และต่าปู้หยิงจิ้วโจ่ว (ตีไม่ไหวรีบเลิก)