สูตร! สงสัยเจอระเบิด แจ้งตำรวจ..อย่าเป็นฮีโร่

(สกู๊ปหน้า 1 นสพ.ไทยรัฐ ศุกร์ 9 เมษายน 2547 หน้า 1,5)

ถ้าวันที่ 17 มีนาคม 2537 ตำรวจ สน.ลุมพินี ไม่สามารถตรวจยึดรถบรรทุก 6 ล้อ สีฟ้า ยี่ห้ออีซูซุ ที่เฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ และคนขับทิ้งรถหนีไว้ได้ทันเวลา ไม่แน่...วันนั้นเมืองไทย อาจเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก กรณีคาร์บอมม์ครั้งรุนแรงใจกลางกรุงเทพฯ

เพราะภายในรถคันนั้น บรรจุแอมโมเนียไนเตรต (ปุ๋ยยูเรีย) สารเคมีชนิดเดียวกับที่ถูกปล้นไปจากโรงโม่หินมนู จ.ยะลา คลุกเคล้ากับน้ำมันดีเซลไว้เต็มแท็งก์น้ำขนาด 120x120 ซม. พร้อมซุกระเบิดซีโฟร์อีก 2 ลูก เชื่อมไว้กับเชื้อปะทุไฟฟ้าอีก 10 ดอก

หากไม่เกิดการพลิกแผน รถบรรทุกเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ซะก่อน จนคนขับต้องทิ้งรถหนีไป ระดับมืออาชีพจากหน่วยข่าวกรอง “มอสสาด” ของอิสราเอล คำนวณสถานการณ์ในวันนั้นไว้ว่า เมื่อระเบิดในรถทำงานรัศมีทำลายล้างของมันจะกินวงกว้างไม่ต่ำกว่า 7 กิโลเมตร

แม้เหตุการณ์วันนั้นจะผ่านเลยมา 10 ปี ถึงวันนี้ยังมีประเด็นใหม่ให้ต้องขบต่อ เมื่อสารแอมโมเนียไนเตรตจากโรงโม่หินมนู ยะลา ที่ล่องหนไปกับการปล้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน บัดนี้ยังหาไม่พบ แม้ไม่อยากคิดก็ต้องคิดเผื่อกันไว้

แหล่งข่าวระดับผู้เชี่ยวชาญในการเก็บกู้วัตถุระเบิดจากกองสรรพาวุธตำรวจท่านหนึ่งให้ความรู้เบื้องต้นว่า

ประชาชนทั่วไป สิ่งแรกที่ควรรู้ก็คือ “วัตถุระเบิด” หมายถึงวัตถุใดๆ ก็ตามที่สามารถส่งกำลังดันอย่างแรงต่อสิ่งห้อมล้อมโดยฉับพลัน โดยมีสิ่งเหมาะมาทำให้เกิดกำลังดัน หรือโดยการสลายตัวของวัตถุนั้น จนทำให้เกิดแรงทำลายหรือแรงประหาร

วัตถุระเบิดที่มีใช้อยู่ทั่วโลกในปัจจุบันแบ่งออกตามความเร็วของการลุกไหม้ได้ 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ วัตถุระเบิดชนิดแรงต่ำ และ วัตถุระเบิดชนิดแรงสูง

เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สารแอมโมเนียไนเตรตน้ำหนักกว่าตันครึ่งถูกปล้นไปจากโรงโม่หิน ยะลา วาระนี้ควรกล่าวถึงรายละเอียดของ วัตถุระเบิดชนิดแรงสูง

วัตถุระเบิดชนิดแรงสูงยังแบ่งย่อยได้อีก 3 ชนิด ได้แก่ ระเบิดแรงสูงความไวสูง ระเบิดแรงสูงความไวปานกลาง และระเบิดแรงสูงความไวต่ำ

ระเบิดแรงสูงความไวสูง ทำงานโดยหลักการใช้สารสำคัญบางตัว เช่น อาร์ดีเอ็กซ์ (RDX) หรือพีอีทีเอ็น (PETN) เป็นตัวขยายช่วยให้ดินระเบิดทำงาน โดยใช้เชื้อปะทุทำการจุดระเบิด เช่น ระเบิดที่เรียกว่า CAP เป็นต้น

ถัดมา ระเบิดแรงสูงความไวปานกลาง เป็นที่นิยมใช้และรู้จักกันในวงกว้าง ได้แก่ ระเบิดซีโฟร์ (C-4) ดินไดนาไมต์ และระเบิดทีเอ็นที (TNT) เป็นต้น

อีกประเภท ระเบิดแรงสูงชนิดความไวต่ำ ซึ่งมีหลักการทำงานโดยใช้สารโปแตสเซียมไนเตรต หรือแอมโมเนียไนเตรต (ปุ๋ยยูเรีย) ผสมกับน้ำมันดีเซล ในสัดส่วนใช้ปุ๋ยหรือสารซึ่งมีส่วนผสมของไนเตรต 70% ผสมกับน้ำมันดีเซล 30% นำไปบรรจุให้แน่นในภาชนะ เจาะรูตรงกลาง นำดินระเบิดและเชื้อปะทุไฟฟ้าเสียบเข้าไป

แหล่งข่าวชี้ให้เห็นความแตกต่าง ในราชการทหารมักนิยมใช้เชื้อปะทุความไวสูง เป็นตัวจุดระเบิดความไวปานกลาง หรือพูดง่ายๆ ชอบใช้ระเบิดซี-โฟร์ ไดนาไมต์ หรือทีเอ็นที

แต่ถ้าเป็นกลุ่มอื่นนำไปใช้ เช่น อุตสาหกรรมทำเหมืองแร่ โรงโม่หิน หรือขบวนการก่อการร้าย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานหาวัสดุชนิดใดได้ ก็มักใช้ไปตามรูปแบบที่เอื้อ เช่น มีปุ๋ยยูเรีย อาจนำไปประกอบเป็นระเบิดแรงสูงชนิดความไวต่ำ

“สถานการณ์เมืองไทยเวลานี้ ต้องระวังไว้ 2 อย่าง คือ คาร์บอมบ์ กับซูไซบอมบ์หรือระเบิดพลีชีพ”

เขาอธิบายว่า ตามสูตรเคมี ปุ๋ยยูเรียหนัก 1 ก.ก. มีแอมโมเนียไนเตรตเป็นส่วนผสมเข้มข้นตั้งแต่ 33% ขึ้นไป เมื่อนำไปคลุกเคล้ากับน้ำมันดีเซล เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณเปลวเพลิงแล้วประกอบเข้ากับเชื้อปะทุและดินระเบิด เมื่อจุดระเบิดจะมีอานุภาพทำลายล้างให้ผู้อยู่ในรัศมี 10 เมตร ตายหรือบาดเจ็บสาหัส

“เมื่อก่อนหน่วยทหารช่างไทยขุดบ่อน้ำให้ชาวบ้านเจาะดินลึกลงไปประมาณ 3-4 เมตร ใส่ปุ๋ยยูเรีย 50 กิโลกรัม แล้วจุดระเบิด ทันทีที่ระเบิดทำงานจะได้หลุมกว้างขนาด 400 ตารางเมตร”

“ถ้าในพื้นที่ราบใช้ปุ๋ยยูเรีย 1 กระสอบ หรือ 50 กิโลกรัม มาทำระเบิดจะแผ่วงกว้างรัศมีทำลายให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บสาหัสในระยะไกลถึง 500 เมตร ที่น่าห่วงก็คือ จนป่านนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าปุ๋ยยูเรียที่โดนปล้นไป 66 กระสอบอยู่ไหน”

ในฐานะมืออาชีพที่เผชิญกับงานเก็บกู้วัตถุระเบิดมานับครั้งไม่ถ้วน เขาฝากข้อแนะนำเบื้องต้นให้ประชาชนใช้เป็นยันต์กันภัย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวัตถุต้องสงสัย เกรงว่าจะเป็นภาชนะบรรจุระเบิด อย่าทำตัวเป็นคนขี้สงสัยหรือใจถึง ตรงรี่เข้าไปสัมผัสเป็นอันขาด

ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด รอประสานไปยังหน่วยตำรวจหรือทหาร ซึ่งมีภารกิจหลักในการเก็บกู้ระเบิดโดยตรงมาช่วยจัดการ

พื้นที่ กทม.และปริมณฑล แจ้งไปได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2241-0035 หรือ 0-2241-3341-5 ต่างจังหวัดแจ้งได้ตามหน่วย ตชด.ในพื้นที่ หรือหน่วยทหารช่าง และทหารสรรพาวุธประจำกองทัพภาค

ขั้นตอนถัดมา สำหรับเจ้าของสถานที่หรือผู้รับผิดชอบ ควรทำเครื่องหมายบอกตำแหน่งสถานที่ซึ่งวัตถุต้องสงสัย หาสิ่งกีดขวางมาปิดกั้น มิให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่

กรณีที่สิ่งต้องสงสัยวางอยู่ภายในห้องหรือในที่รโหฐาน ให้เปิดประตู หน้าต่างทุกๆ บานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดอำนาจแรงผลักดันจากการระเบิดที่อาจเกิดขึ้น

หากมีบุคคลอยู่ในอาคารสถานที่นั้นๆ ให้ทำการอพยพออกจากพื้นที่ทันที ให้อพยพด้วยความมีระเบียบเพื่อป้องกันความสับสนวุ่นวาย พร้อมกับเคลื่อนย้ายสิ่งของและวัสดุที่ติดไฟง่ายออกจากพื้นที่ภายในรัศมีห่างอย่างน้อย 100 เมตร

ขั้นตอนสุดท้าย ระหว่างที่รอให้มืออาชีพมาเก็บหรือกู้วัตถุต้องสงสัย ให้จัดหาวัสดุมาวางล้อมสิ่งต้องสงสัย เช่น กระสอบทราย กระสอบป่านชุบน้ำ หรือยางนอกรถยนต์ชนิดอย่างหนา (ยางรถทัวร์หรือรถสิบล้อขึ้นไป) เพื่อลดอำนาจทะลุทะลวงของสะเก็ดระเบิดในยามที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ

แม้วันนี้เมืองไทยจะมี รถตรวจการณ์และเก็บกู้ระเบิด (BOMB SQUAD) รุ่นใหม่ล่าสุดสั่งตรงจากประเทศอังกฤษคันละ 70 ล้านบาท ภายในมีหุ่นยนต์สำหรับเก็บกู้ระเบิด เครื่องเอกซเรย์และอุปกรณ์ทันสมัยพรั่งพร้อม แต่ก็มีแค่คันเดียว และถูกใช้ในหลายภารกิจ

อีกทั้งอุปกรณ์ในการเก็บกู้ระเบิดที่ทันสมัย ซึ่งควรจะมีกระจายไว้ตามภาคต่างๆ ก็ยังขาดแคลน ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดเกือบทุกหน่วยในต่างจังหวัด ยังคงใช้วิธีทำงานกันด้วยใจและมีความเสี่ยงเป็นเดิมพัน

ล่าสุดกองสรรพาวุธตำรวจได้จัดทำเรื่องเร่งด่วนขออนุมัติงบประมาณจำนวน 36 ล้านบาท ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อจัดซื้อเครื่องแบบป้องกันสะเก็ดระเบิด (บอมบ์ สูท) อุปกรณ์รบกวน คลื่นสัญญาณวิทยุ คลื่นโทรศัพท์มือถือ และคลื่นรีโมตคอนโทรล (แจมเมอร์) และผ้าห่มคลุมระเบิด

เพื่อแจกจ่ายไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

คาดว่า สำนักงบประมาณคงเร่งผลักดันให้ในไม่ช้า

แต่ตราบใดที่ช่องว่างในการควบคุมสารเคมีและส่วนประกอบที่นำไปใช้ทำระเบิดยังคงเปิดอ้าโดยไม่มีใครรับผิดชอบ ต่อให้มีแผนรับมือหรืออุปกรณ์ดีเลิศปานใด ก็ยากจะทำให้เสียงระเบิดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้




[BACK] [HOME]