บทบรรณาธิการ นสพ.รายวัน จันทร์ 14 พ.ย. 48

ถอดถอน-ทำได้หรือ? นสพ.ไทยรัฐ วิพากษ์วิจารณ์ถึงการได้เปรียบในสภาฯ ของพรรค ทรท. ที่ฝ่ายค้านกับ ส.ว.บางส่วน ไม่สามารถทำอะไรได้ โดยยกประเด็นการยื่นถอดถอนองค์กรอิสระที่ล่าสุดนายการุณ ใสงาม ส.ว.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้ฝ่ายค้านยื่นถอดถอน กกต.ในข้อกล่าวหาออกระเบียบขึ้นเงินเดือนให้แก่ตนเองเหมือนกับที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดก่อน รวมถึงข้อกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการสั่งให้ใบแดงแต่กลับเปลี่ยนเป็นใบเหลือง ทั้งนี้ มองว่าหากพึ่งกระบวนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญที่ต้องอาศัยคะแนนเสียงมากกว่า จะไม่สามารถทำได้หากพรรค ทรท.ไม่เห็นด้วย และชี้ว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นองค์กรอิสระใดก็ตามต้องเข้าสู่ตำแหน่งด้วยวิธีการดังกล่าว จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระ เป็นกลาง และโปร่งใส

ต้องหยุดการขาย กฟผ. นสพ.คมชัดลึก กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินคำร้องของกลุ่มคัดค้านแผนการของรัฐบาลในการนำหุ้น กฟผ.เข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน 15 พ.ย. 48 ว่า ถึงแม้ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินเป็นเช่นไร แต่เป้าหมายของประชาชน คือ ความสำเร็จของ กฟผ.ในการคงสภาวะของรัฐวิสาหกิจโดยไม่ต้องแปรรูปแล้วนำหุ้นเข้าไปขายเพื่อการโอนถ่ายกรรมสิทธิ์ เนื่องจาก กฟผ.ก่อตั้งและขยายกิจการมากว่า 40 ปี ด้วยเงินภาษีของประชาชนและไม่เคยมีประวัติการขาดทุน แต่นักการเมืองมุ่งหวังจะถือกรรมสิทธิ์ยึดครองขยายธุรกิจ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นยังมีเงื่อนงำหลายประการ อาทิ การบริหารเครือข่ายสายไฟฟ้าแรงสูง ระบบไฟเบอร์ออปติก การใช้เขื่อนและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของ กฟผ.ผ่านการถือหุ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติและนักการเมืองที่มีอำนาจ ฯลฯ

ยุบ ร.ส.พ.ทางที่อาจจะต้องเลือก นสพ.แนวหน้า ระบุว่าในอดีต องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) นับว่าเป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่เก่าแก่ทำหน้าที่รับใช้สังคมมานาน และสร้างรายได้ให้องค์กรเป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังจากสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป มีการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาแข่งขันมากขึ้น รัฐลดเงื่อนไขการอุดหนุน ทำให้เกิดผลกระทบตามมา จากความได้เปรียบกลายเป็นไม่ได้เปรียบ รายได้ที่เคยได้รับกลายเป็นขาดทุนอย่างต่อเนื่องกว่า 800 ล้านบาท โดยชี้สาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ พนักงานมีอายุการทำงานหลายสิบปีแต่ไม่ได้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานไม่มีการพัฒนาให้ทันสมัย ทั้งนี้ จึงมีกระแสข่าวว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คค.ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ร.ส.พ. กำลังตัดสินใจว่าจะฟื้นฟูกิจการต่อไปหรือจะยุบองค์กรเพื่อยุติปัญหา

อปท.ยังไม่น่าไว้วางใจ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เห็นว่าตราบใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ยังคงมีภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อมีเงาของนักการเมืองท้องถิ่นสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับชาติ และเป็นองค์กรที่ยังขาดประสิทธิภาพในการจัดการเรื่องต่างๆ ในชุมชน เชื่อว่ากลุ่มองค์กรครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะไม่ยอมย้ายเข้าไปสังกัดด้วย เท่ากับตอกย้ำถึงความล้มเหลวของการปฏิรูปการศึกษาภายใต้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และท้ายที่สุดความเดือดร้อนจะไปตกอยู่กับนักเรียนเมื่อการชุมนุมแสดงจุดยืนของกลุ่มครู สพฐ.ยืดเยื้อ เนื่องจากขณะนี้ในหลายจังหวัดมีโรงเรียนบางแห่งต้องปิดโรงเรียนชั่วคราว

สำคัญตนผิดไปหรือเปล่า นสพ.บ้านเมือง ยังคงเชื่อว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีแนวคิดจะแบ่งแยกดินแดน รวมทั้งปัญหาขัดแย้งในเรื่องค้ายาเสพติด ขบวนการผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ข้าราชการ อิทธิพล มาเฟียในพื้นที่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นการคิดโค่นล้ม นรม.ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ลอยกระทงหลงทาง สังคมไทยจะไปทางไหน นสพ.ไทยโพสต์ วิจารณ์นายวัฒนา เมืองสุข ว่าไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พค.) เพราะนอกจากจะไม่ช่วยสังคมไทยพัฒนาก้าวหน้าแล้วยังอาจถอยหลังลงคลองยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และพันธกิจที่คับแคบ กำลังนำพาองค์กรให้ตกอยู่ใต้ภาพลักษณ์ที่เรียกว่า “อื้อฉาว” และ “ฉาบฉวย” ไร้ทิศทาง โดยเริ่มตั้งแต่การมีแนวคิดปิดถนนให้วัยรุ่นแข่งรถซิ่ง การซุ่มจับเยาวชนตามม่านรูดในช่วงเทศกาลลอยกระทง จนถึงแนวคิดการสร้างครอบครัวอบอุ่นโดยหวังให้ภรรยากราบเท้าสามี เหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลต่อการเลือกคนให้ถูกกับงานโดยสิ้นเชิง

ปัญหาของวาจาและอารมณ์ นสพ.เดลินิวส์ แนะนำให้บุคคลในรัฐบาลระมัดระวังคำพูด โดยเฉพาะบุคคลระดับคุมนโยบายของประเทศ เพราะอาจมีผลในทางลบและกระทบความรู้สึกของประชาชน อาทิ การประกาศว่าที่ไหนเลือกพรรค ทรท. ทั้งจังหวัด จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การเสนอให้ย้ายคนจากถิ่นอื่นไปอยู่ในพื้นที่ 3 จชต. การวางแผนจะตั้งด่านเรียกตรวจรถยนต์ก่อนเข้าโรงแรมม่านรูด ฯลฯ ซึ่งจากคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติในการบริหาร และละเมิดสิทธิของประชาชน

กฎหมายล้างหนี้ นสพ.โลกวันนี้ เห็นว่าการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคประชาชนโดยให้กรมบังคับคดีศึกษากฎหมายล้มละลายของสหรัฐฯ เพื่อนำมาใช้แก้ไขกฎหมายของไทย โดยให้ลูกหนี้สามารถเลือกช่องทางชำระหนี้ได้ แทนการสั่งให้ล้มละลายโดยไม่มีทางเลือก คือ 1.ขอชำระหนี้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ และขอปลดหนี้ส่วนที่เหลือ โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาสั่งปลดหนี้ และ 2.การขอผ่อนชำระหนี้ แต่หากพบว่าระหว่างการชำระหนี้ลูกหนี้ทุจริตหรือมีการยักย้ายทรัพย์สิน ศาลจะมีคำสั่งให้ล้มละลายทันที ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ และแสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของสังคมไทย

จำกัดขายเหล้า-บุหรี่ นสพ.ข่าวสด วิจารณ์ประกาศ กค.ที่ห้ามจำหน่ายสุราแก่เยาวชน และห้ามมิให้จำหน่ายสุราในรัศมี 500 เมตร จากสถานศึกษาหรือสถานที่ทางศาสนา โดยเรียกร้องให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสุราและบุหรี่ ตระหนักและใส่ใจชะตากรรมของสังคมและเยาวชน มากกว่าผลประโยชน์และกำไรของตนเอง ขณะที่ภาครัฐซึ่งเป็นผู้ออกกติกา ต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือกฎหมายนั้นอย่างเข้มแข็งจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนสังคมต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และเป็นผู้แจ้งเบาะแส กดดันให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นกัน

สังคมเสมอภาค นสพ.โพสต์ TODAY วิจารณ์การทำงานของนายวัฒนา เมืองสุข รมว.พค. ที่มีแนวคิดหลายอย่างไม่อาจจะปฏิบัติได้และถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อาทิ ปิดถนนแข่งรถจักรยานยนต์ซิ่ง รับเด็กที่มารดาไม่มีความพร้อมมาเลี้ยง การส่องสปอตไลต์หน้าม่านรูดป้องกันเด็กมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ ล่าสุดมีแนวคิดกราบสามีก่อนนอน ซึ่ง พค.เป็นกระทรวงที่ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย โดยได้บรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในภารกิจ 9 ข้อ แต่ทำไม รมว.พค.กลับมีแนวคิดเช่นนี้ ทั้งที่ความเสมอภาคเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของสังคม และเป็นกลไกในการส่งเสริมศักยภาพของหญิงและชายให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไป