การเพิ่มพลังสมอง

(ลม เปลี่ยนทิศ คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย นสพ.ไทยรัฐ เสาร์ 21 ก.พ. 47 หน้า 5)

วันเสาร์สบายๆ วันนี้ มาคุยเฟื่องเรื่อง “สมอง” ของคนดีกว่านะครับ ในแวดวง “สภาไวน์” ก็คุยกันเยอะ สมองนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีชิ้นส่วนพิเศษอะไรหรือ จึงทำงานได้รวดเร็วฉับไวยิ่งกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ คิดโครงการต่างๆ ออกมามากมายจนผู้คนตามไม่ทัน

ในร่างกายของคนเรา ดูเหมือนส่วน “สมอง” นี่แหละที่คนเรารู้เรื่องน้อยที่สุด

ปีที่แล้ว นายพอล แอลเลน หุ้นส่วนใหญ่ไมโครซอฟท์ มหาเศรษฐีท็อปไฟว์ของโลก ได้บริจาคเงินกว่า 4 พันล้านบาท จัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ทางสมองแอลเลนขึ้นมาวิจัยเรื่องสมองคนโดยเฉพาะ เพื่อหวังสร้าง “แผนที่สมอง” จะได้รู้ว่า สมองส่วนไหนสั่งการแล้ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในร่างกาย และการทำงานของร่างกายบ้าง

ไม่แน่ว่าในอนาคต มนุษย์เราอาจสามารถสั่งงานสมองก็ได้ ทำเป็นเล่นไป

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับสมองเราเสียก่อนดีไหม ท่านผู้อ่านเชื่อไหม สมองน้อยๆ ที่ตั้งอยู่ในกะโหลกบนหัวเราไม่ใช่เบาๆ นะครับ

สมองของผู้ใหญ่จะหนักประมาณ 1,380 กรัม เท่ากับ 2 เปอร์เซ็นต์ ของนํ้าหนักตัว ที่น่าทึ่งก็คือ สมองก้อนน้อยๆ นี้มีเซลล์ประสาทอยู่ถึง 100,000 ล้านเซลล์ หนึ่งแสนล้านเซลล์อ่านไม่ผิดหรอกครับ แต่ละเซลล์จะเชื่อมต่อกับเซลล์อื่นๆ อีกเป็นร้อยเป็นพันเซลล์ต่อไปอีกกี่ล้านเซลล์ ไม่มีใครนับถูก

สมองจำเรื่องต่างๆ ได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่าสมองจะเก็บความจำไว้ในรูปของเครือข่ายเซลล์ที่ทำงานในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ระบบความจำของสมองจึงอาจแยกออกเป็นหลายส่วน

จากการวิจัยพบว่า “การนอนหลับสนิท” มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้คนเราจดจำข้อมูลที่ได้เรียนรู้มา แต่การเรียนรู้อาจถูกทำลายได้ถ้า “อดนอน” ดังนั้น นักเรียน นักศึกษาที่เตรียมการสอบมาอย่างหนัก ก่อนวันสอบจึงควรจะนอนหลับให้สนิท เพื่อเก็บความรู้ไว้ในสมองไม่ให้มันไหลออกไป

ผมก็ได้แต่ฝากประเด็นนี้ไว้กับคนเป็นพ่อ แม่ และนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนคนที่ทำงานแล้วว่า การ “นอนหลับสนิท” จะช่วยให้ “สมองจำดีขึ้น” อย่าไปเอาอย่างพวกที่เย้วอยู่หน้าทำเนียบ เรียกร้องให้คนเที่ยวกลางคืนตี 2 ตี 3

ยิ่งเที่ยวดึก ยิ่งนอนน้อย ก็ยิ่งโง่

เมื่อถามว่า สมองคนก้อนเท่ากัน ทำไมฉลาดไม่เท่ากัน

ผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์สมอง ตอบไม่ได้ ถ้าให้เดาที่นักวิจัยเขาวิเคราะห์มา ก็อย่างที่เขียนไปนั่นแหละ แม้แต่เรื่องการนอนหลับก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยทำให้สมองมีความจำดีหรือไม่ดี

แต่ถ้าถามว่า จะพัฒนาสมองให้ฉลาดขึ้นได้หรือไม่

คำตอบก็คือ ได้ ผมเพิ่งอ่านเจอในนิตยสาร รีดเดอร์ ไดเจสท์

นายแพทย์เฮอร์เบิร์ต เบนสัน ผู้เขียนหนังสือทฤษฎีสู่ความเป็นเลิศ The Breakout Principle บอกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมอง เพื่อทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะพิเศษ สภาวะที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์และคำตอบในปัญหายุ่งยากต่างๆ ผุดขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก ก็คือ “การปลดปล่อยจิตใจให้เป็นอิสระ” แปลไทยเป็นไทยก็คือ “การทำสมาธิ” นั่นเอง

หมอเบนสันบอกว่า ปัญหาเรื่องการงานในแต่ละวันที่รบกวนจิตใจทำให้เราเกิดความเครียดเหมือนกำแพงที่ขังเราอยู่ภายใน ก่อให้เกิดผลเสียต่อการตัดสินใจ และบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงาน

การทำตัวให้หลุดพ้น จะไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบประสาทส่วนกลางให้เกิดความสงบและสว่าง สิ่งที่ควรทำต่อไป คือ ความสงบนิ่ง จากนั้นสภาวะความกระจ่างในจิตใจก็จะเกิดตามมา

ว้าว เขียนเหมือนผมเป็นเกจิไปเลยนิ แต่เชื่อผมเถอะ ได้ผลจริงๆ ผมทดลองใช้กับการพัตต์กอล์ฟของผมมาแล้ว แม่นยำกว่าเดิมเยอะ




[BACK] [HOME]