ปรากฏการณ์ "โออิชิ"
(นงค์นาถ ห่านวิไล
nongnat@nationgroup.com คอลัมน์ คมธุรกิจ นสพ.คมชัดลึก อังคาร 15 มี.ค. 48 หน้า 18)ฤดูร้อนปีนี้ ทำเอามนุษย์หวั่นวิตกกับความปรวนแปรของอากาศ ด้วยมีลมหนาวพัดกระหน่ำคั่นในช่วงต้นเดือนมีนาคม ขณะที่ฤดูกาลร้อนระอุแบบนี้กลายเป็นไฮซีซั่นของเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อน ทุกค่ายธุรกิจต่างงัดทีเด็ดออกมาต่อสู้แย่งชิงลูกค้า
สมัยก่อนผู้เล่นที่ได้เปรียบในตลาดเป็นกลุ่มน้ำอัดลม เนื่องจากโค้กและเป๊ปซี่ต่างก็มี สายป่านยาว แต่ในปีนี้การทำการตลาดน้ำดำเริ่มถูกท้าทายจากเครื่องดื่มนานาชนิด โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่เรียกว่า นันคาร์บอเนต หรือเครื่องดื่มที่ไม่อัดก๊าซอย่างชาเขียว น้ำผลไม้นานาพรรณ ฯลฯ โดยเฉพาะชาเขียวนั้น ผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่เจ้าใหญ่ยังเป็นยูนิฟกับโออิชิ
เจ้าพ่อโออิชิ "ตัน ภาสกรนที" ศึกษาตลาดมาอย่างโชกโชนก่อนตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานเพื่อดูว่าชาเขียวเป็นธุรกิจแฟชั่นหรือธุรกิจอนาคต โดยการใช้สนามจริงในต่างประเทศที่มีเครื่องดื่มชาเขียวจำหน่ายเพื่อดูอดีตของธุรกิจนี้ในเมืองนอก มาบอกอนาคตในเมืองไทย
อดีตมีหลักการตลาดหลายรูปแบบที่เขาคิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น สไปเดอร์มาร์เก็ตติ้ง การใช้เครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมต่อกันแบบใยแมงมุม มาวันนี้ ตัน สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ด้วยการออกแคมเปญเพื่อเพิ่มยอดขายหน้าร้อนด้วยแคมเปญที่รู้ซึ้งพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยแบบที่เรียกว่า "อินไซด์" รสนิยมคนที่ชอบลุ้นโชค ชอบพนันขันต่อ เขาใช้แคมเปญที่ชื่อว่า 30 ฝา 30 ล้าน ซึ่งล้านแตกไปแล้ว 3 ฝา
นักการตลาดไม่จบปริญญาตรีอย่างเขาไม่รีรอที่จะหยิบฉวยโอกาสมาโปรโมท ผลจากการที่นำเงินสดมากองให้ผู้โชคดีนับแบบสดๆ แล้วถ่ายภาพส่งสื่อหนังสือพิมพ์ได้ขึ้นหน้า 1 หลายฉบับ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแม้แต่สตางค์เดียว ผลคือสร้างกระแสดื่มชาเขียว (จากเดิมดื่มเพื่อสุขภาพ) มาเป็นดื่มเพื่อลุ้นเงินล้านกันอย่างคึกคัก