บทบรรณาธิการ นสพ.รายวัน อังคาร 15 พ.ย. 48

ต้องมีผู้แทนลูกจ้างที่แท้ นสพ.ไทยรัฐ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงแรงงาน (รง.) ยุติการนำเงินกองทุนประกันสังคมประมาณ 8,000 ล้านบาท ไปลงทุนในต่างประเทศ พร้อมยกเลิกการนำเงินกองทุนอีกประมาณ 16,000 ล้านบาท ไปจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้นำแรงงานคัดค้าน รวมทั้งเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม รง. อ้างอ่อนประชาสัมพันธ์ และยืนยันจะศึกษาต่อไป ว่า การประชาสัมพันธ์เป็นเพียงสาเหตุเล็กน้อย แต่สาเหตุสำคัญคือปัญหาโครงสร้าง ที่ว่าลูกจ้างผู้ประกันตนซึ่งเป็นเจ้าของเงินไม่ได้มีส่วนในการบริหารกองทุนประกันสังคม เพราะ รมว.รง.เป็นผู้แต่งตั้งตัวแทนลูกจ้าง ซึ่งคล้ายจะเป็นตัวแทน รมว.รง.มากกว่า หากยังยืนยันจะดำเนินโครงการต่อไปโดยมิให้เกิดปัญหา ต้องให้มีตัวแทนลูกจ้างอย่างแท้จริงเพื่อมีส่วนร่วมบริหารกองทุน ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอของลูกจ้างที่ขอสิทธิ์ในการกู้เงินจากกองทุน

กระทงหลงทาง นสพ.คมชัดลึก กล่าวเตือนสติในวันลอยกระทง โดยนำแนวคิด “ส่องไฟหน้าโรงแรมม่านรูด” ของนายวัฒนา เมืองสุข รมว.พม. มาเป็นประโยคนำ ว่า เป็นภาพสะท้อนสังคมไทยที่ทำให้วันดังกล่าวกลายเป็นวันสำส่อนทางเพศ ทั้งที่ประเพณีลอยกระทงมุ่งเน้นให้คนสำนึกในคุณของน้ำ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นงานรื่นเริงที่อุดมไปด้วยอบายมุขเป็นหลัก ตลอดจนปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งอันตรายจากการเล่นดอกไม้ไฟ และแม่น้ำลำคลองมีความสกปรกจากซากกระทงหรือขนมปัง ดังนั้น จึงควรมีสติในการเที่ยวงานวันลอยกระทง

รวมพลังร่วมคัดค้านขาย กฟผ. นสพ.แนวหน้า กล่าวชมเชยพนักงาน กฟผ.ที่ร่วมกันต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาตั้งแต่ต้น ถึงแม้จะไม่สำเร็จก็ตาม โดยกล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า กฟผ.ถูก พ.ร.ฎ. 2 ฉบับ กระทำ “นิติฆาตกรรม” กลายเป็น บมจ.กฟผ.ไปแล้ว แต่มีอีกเรื่องที่ยังเฝ้าหวังคือ การคัดค้านการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ.กฟผ.ที่ยื่นให้ศาลปกครองสูงสุดไต่สวนและจะมีการตัดสินในวันนี้ ทั้งนี้ หลายฝ่ายได้ออกมาแสดงความห่วงใยว่าหากมีการแปรรูปเบ็ดเสร็จ สมบัติของชาติจะต้องตกไปเป็นของเอกชน บรรดาเขื่อน น้ำเหนือเขื่อน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่เป็นสาธารณสมบัติ จะกลายเป็นสภาพที่เอกชนเข้าไปครอบครองด้วยการเช่าราคาถูกเป็นระยะเวลายาวนาน โดยราษฎรผู้เสียภาษีไม่มีสิทธิ์ และที่สำคัญคือ ค่าไฟฟ้าจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ปัญหาเก่า นสพ.สยามรัฐ เห็นว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และต้องเข้าใจเป้าหมายของการแปรรูป เพราะความขัดแย้งในปัจจุบันเกิดจากความเข้าใจในเป้าหมายที่แตกต่างกันและความบกพร่องของวิธีการแปรรูป ซึ่งเดิมการแปรรูปมีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ ลดการคอรัปชั่น แต่ต่อมาเป้าหมายของการแปรรูปเปลี่ยนไปโดยต้องการเปลี่ยนรัฐวิสหกิจให้เป็นเอกชน แม้จะมีการปรับปรุงวิธีการโดยแบ่งขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนใหญ่

ไม่ใช่แค่หยุดม็อบ นสพ.ข่าวสด วิจารณ์การกระจายอำนาจทางการศึกษาของรัฐบาล ที่ล้มเหลวมาตั้งแต่การจัดระบบการศึกษาประชาบาลของ มท.ในอดีต จนถึงความไม่พร้อมขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน เป็นสาเหตุให้ครูเกิดความไม่ไว้วางใจและนำไปสู่การรวมตัวคัดค้านการโอนย้ายอำนาจการจัดการศึกษา ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องทบทวนให้ดีว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ครูทั่วไปยอมรับหลักการ และจัดความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับท้องถิ่นให้อยู่ในระดับเสมอภาค เกื้อกูลกัน เพื่อให้เรื่องคุณภาพทางการศึกษา นำหน้าเรื่องอำนาจใครคุมใคร

อย่าให้ตราบาปติดตัว นสพ.ข่าวสด เรียกร้องรัฐบาลพิจารณาเรื่องการแปรรูป กฟผ.อย่างรอบคอบก่อนที่จะกระจายหุ้นให้กับนักลงทุนและประชาชน ซึ่งต้องรับฟังเสียงคัดค้านจากประชาชนด้วย เนื่องจากการขายหุ้นครั้งนี้คือการขายแบบยกสำรับโดยไม่ได้แยกส่วน และเป็นการผูกขาดโดยที่ประชาชนไม่มีทางเลือก ยิ่งกว่านั้น เมื่อพรรคฝ่ายค้านออกมาเปิดเผยข้อมูลในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากการแปรรูปว่ามีบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านโทรคมนาคมกำลังได้รับประโยชน์จากสายส่งของ กฟผ.ในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายใยแก้ว ยิ่งทำให้รัฐบาลต้องทำงานอย่างรัดกุมมากขึ้น ไม่ปล่อยให้บุคคลใดอาศัยอำนาจรัฐในมือมาผูกขาดสัมปทานจากการไม่รู้เท่าทันของคนในสังคมได้

สับสนไปหมดแล้ว นสพ.บ้านเมือง มองว่าประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังเกิดความสับสน ขวัญและกำลังใจลดน้อยลง ความแตกแยกในวงราชการมากขึ้น โดยเฉพาะความเกลียดชังระหว่างฝ่ายทหารกับข้าราชการครูในพื้นที่จากการปล่อยข่าวลือจะมีการตัดเงินครู 2,500 บาท เพื่อนำเงินมาใช้สนับสนุน กอ.สสส.จชต. นอกจากนี้ การวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นของผู้ที่รู้จริงและรู้ไม่จริงเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่จะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จชต.เลวร้ายลงและยืดเยื้อออกไป

7 ปมสงสัยการแปรรูป กฟผ.ยังไร้คำตอบจากรัฐบาล นสพ.กรุงเทพธุรกิจ มองว่าหากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า และการที่สายส่งไฟฟ้ามีความเกี่ยวโยงกับการตั้ง บจ.กฟผ.โทรคมนาคม (Egat Telecom) ซึ่งเอื้อต่อทุนสื่อสารทั้งในและต่างประเทศอย่างไรบ้าง แนวโน้มว่าการต่อต้านการแปรรูปยังคงไม่ยุติ และเมื่อกลุ่มคัดค้านพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ว่าอนาคตไฟฟ้าจะสูงขึ้นแล้ว แรงคัดค้านจะขยายวงกว้างมากขึ้นซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ทั้งนี้ สอดคล้องกับ “บทเรียนรัฐวิสาหกิจ” ของ นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับ 15 พ.ย. 48 ซึ่งได้เน้นในประเด็นเดียวกัน พร้อมเตือนให้รัฐวิสาหกิจอื่นที่ต้องการกระจายหุ้นอย่าลอกเลียนแบบ เพราะหากศาลปกครองมีคำสั่งตัดสินให้ กฟผ.ระงับการกระจายหุ้นไม่เพียงแต่จะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นซบเซาแล้ว นักลงทุนรายย่อยต้องเจ็บตัว ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐจะหมดความน่าเชื่อถือในสายตาของต่างชาติด้วย

พักการต่อสู้ขอครูย้อนดูตน นสพ.เดลินิวส์ แนะให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่คัดค้านการถ่ายโอนการศึกษาด้วยวิธีกรีดเลือด โกนหัว หรือหยุดการสอน พิจารณาทบทวนบทบาทตนเอง ว่าเหมาะสมหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และยอมรับฟังความคิดเห็นของครู ทั้งนี้ เห็นว่าควรใช้เหตุผลในการเจรจาและร่วมกันแก้ไขข้อบกพร่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา

ต้องแก้ทั้งระบบ นสพ.โลกวันนี้ เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วนทางสังคมที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งนี้ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการปล่อยให้กระแสทุนนิยมเข้าครอบงำสังคมไทย ซึ่งการแก้ไขต้องแก้ทั้งระบบโดยใช้มาตรการเชิงรุก เช่น ควบคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การประกอบธุรกิจโรงแรมม่านรูด และสถานบันเทิงให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ต้องไม่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ ซึ่งใกล้ชิดเด็กมากที่สุดควรมีบทบาทสำคัญในการดูแล