บทบรรณาธิการ นสพ.รายวัน พุธ 16 พ.ย. 48
ความเหมาะควร
นสพ.ข่าวสด
เสนอให้ นรม.ปรับนายวัฒนา เมืองสุข รมว.พค.ออกจาก ครม.เนื่องจากไม่มีวุฒิภาวะกับงานที่รับผิดชอบ
กฟผ.ไม่แพ้ไม่ชนะ
นสพ.โพสต์ทูเดย์
เสนอให้รัฐบาลใช้โอกาสที่ศาลปกครองฯ สั่งระงับการกระจายหุ้น กฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับมาทบทวนและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากฝ่ายที่คัดค้าน เพื่อดำเนินการแปรรูป กฟผ.ให้เป็นที่ยอมรับ ที่สำคัญอย่ามองเรื่องดังกล่าวเป็นการเมืองมากเกินไป
แผนสกัดเพศสัมพันธ์วันลอยกระทง
นสพ.เดลินิวส์
เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็กที่ยังไม่ถึงวัยอันควร ไม่ใช่ทำกันเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ หรือลอยกระทง แล้วเลิก
อปท.ต้องเข้มแข็งก่อน
นสพ.ไทยรัฐ
เห็นว่า การถ่ายโอนโรงเรียนและครูให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควรคำนึงถึงความพร้อมและการมีส่วนร่วมเป็นสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งปัญหาความขัดแย้งขณะนี้เกิดจากความไม่ชัดเจนของ นรม. ทำให้ถูกมองว่าท้าทายครู เพราะก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา รัฐบาลชะลอการถ่ายโอนโดยเกรงจะเสียคะแนนเสียงของครูทั่วประเทศ แต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลกลับแสดงท่าทีให้เกิดความสับสนทั้งที่ไม่น่าจะมีปัญหา
เงื่อนงำฮุบสมบัติชาติ
นสพ.คมชัดลึก
ระบุว่า การนำหุ้น บมจ.กฟผ.เข้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นแผนการของนักการเมืองและพวกพ้องในการผ่องถ่ายทรัพย์สินของแผ่นดินไปเป็นสมบัติของตนเอง หรือเป็นการทุจริตคอร์รัปชันด้านนโยบาย หากนักการเมืองถือหุ้นได้สำเร็จก็จะคล้ายกับ ปตท.ที่เพียงไตรมาสแรกของปีได้กำไรมหาศาล ทั้งนี้ กฟผ.เป็นกิจการไม่ขาดทุนหากผู้ใดถือครองหุ้นก็มีแต่จะกอบโกยอย่างเดียว นอกจากนั้นนักการเมืองดังกล่าวยังมีแผนการที่จะเข้าครอบครองเครือข่ายการส่งสัญญาณคมนาคมซึ่งลงทุนโดย กฟผ.และเงินภาษีของประชาชนอีกด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองจะสนใจรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร แต่ไม่ดูแลกิจการที่ขาดทุนอย่างเช่น ร.ส.พ.
การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นสพ.แนวหน้า
กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายกำลังเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้อำนาจ นรม.มากเกินไป จนสามารถกุมอำนาจและองค์กรอิสระที่จะทำการตรวจสอบตนเองและรัฐบาลได้อย่างสิ้นเชิง จึงเกิดเสียงเรียกร้องให้ประชาชนสนับสนุนเพื่อกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การปลุกกระแสพลังประชาชนไม่สามารถกระทำได้ง่ายนักหาก นรม.ไม่มีข้อผิดพลาดอย่างชัดเจน ทั้งนี้ มองว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่
เริ่มต้นใหม่แปรรูป กฟผ.
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
เห็นว่าการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ บมจ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ระงับการขายหุ้นเป็นการชั่วคราว น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับรัฐบาลและผู้ดูแล กฟผ.ควรต้องทบทวนคือ
ประการแรก
การมีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ได้หมายความว่าจะตัดสินหรือดำเนินการใดได้โดยอิสระ
ประการที่สอง
รัฐบาลควรบริหารประเทศภายใต้แนวคิดเพื่อประโยชน์สาธารณะ และรับฟังความคิดเห็นของคนกลุ่มอื่นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม
ประการที่สาม
ต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบโปร่งใส ด้วยการชี้แจงข้อเท็จจริง และ
ประการสุดท้าย
ต้องยึดมั่นตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อลบข้อครหาการใช้อำนาจเกินขอบเขต เท่านี้ประเทศชาติก็จะได้ประโยชน์สูงสุดแล้ว
ทวงถามฝ่ายค้าน
นสพ.บ้านเมือง
กระตุ้นฝ่ายค้านเร่งทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของบรรดารัฐมนตรีทุกกระทรวงอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความเข้มแข็งทางการเมืองในช่วงที่รัฐบาลเริ่มอ่อนล้าและกำลังอยู่ในช่วงขาลง ติดตามประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนโดยเฉพาะโครงการโค 1 ล้านครอบครัว ในความรับผิดชอบของ กษ. ซึ่งมีความสลับซับซ้อนและปมความขัดแย้งกลายเป็นประเด็นการเมืองไปแล้ว รวมถึงการสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า BTS ด้วย
คำสั่งชะลอซื้อ-ขายหุ้นไฟฟ้า บทเรียนหรือซื้อเวลาลดกระแส
นสพ.ไทยโพสต์
เตือนว่าคำพิพากษาของศาลปกครองที่ชะลอการซื้อ-ขายหุ้น กฟผ.หากรัฐบาลให้คุณค่าเป็นเพียงแค่การซื้อเวลา จะทำให้การต่อสู้ของฝ่ายค้านรุนแรงและจะกลายเป็นการต่อสู้ตามกรอบกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศภายใต้กรอบสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีพันธะผูกพันทางกฎหมายในฐานะประเทศภาคี ดังนั้น รัฐบาลควรหันกลับมาพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการดำเนินการโดยไม่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ผลสะท้อนกลับมานอกจากประชาชนไม่ให้ความไว้วางใจแล้ว คำรับผิดชอบของ นรม.ยังฟังไม่ขึ้นเพราะมุมมองของประชาชนคือ หลักประกันคุ้มครองสาธารณสมบัติของชาติมิให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุน กลุ่มนักการเมือง ยังไม่มีอย่างเป็นรูปธรรม
ปัญหาเดียวกัน
นสพ.สยามรัฐ
วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลว่ายังมีปัญหาด้านการมอบหมายงานที่ไม่ชัดเจน และขาดการติดตามตรวจสอบที่เป็นระบบ ทำให้ผู้ปฏิบัติทั้งในระดับ รมต. ผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระดับกลาง ไม่เข้าใจถึงแนวทาง เป้าหมาย และวิธีการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล เห็นได้จากการที่ นรม.ต้องตอบปัญหาแทบทุกเรื่อง ซึ่งปัญหาดังกล่าวฝ่ายการเมืองพรรค ทรท. มองว่าเกิดจาก 1. อุปนิสัยของ นรม. และ 2. เป็นเพราะ รมต.เจ้ากระทรวง รอฟังแนวทางจาก นรม. ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าวทำให้การนำหลักบริหารจัดการแบบ CEO มาใช้ยังไม่เกิดผลอย่างแท้จริง
ค่าของครู
นสพ.โลกวันนี้
เห็นว่าครูเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ควรได้รับดูแลที่ดี โดยเฉพาะการแสดงพลังของครูในการคัดค้านการถ่ายโอนการศึกษาไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รัฐบาลควรให้ความสำคัญ แม้ รธน. จะกำหนดให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แต่การกระจายอำนาจควรได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ และทุกส่วนจะต้องมีความพร้อม รวมทั้งต้องทำให้ครูรู้สึกมีความมั่นใจในชีวิตด้วย