บทบรรณาธิการ นสพ.รายวัน จันทร์ 21 พ.ย. 48
รัฐบาลต้องมีคำตอบ
นสพ.คมชัดลึก
วิจารณ์กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง นสพ.ผู้จัดการ เปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมน่าสงสัยของรัฐบาลและ นรม. ต่อสาธารณชน ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของ นรม.เป็นอย่างมาก โดยหาก นรม.ไม่สามารถอธิบายหรือตอบคำถามประชาชนได้ ความโปร่งใสหรือความน่าเชื่อถือของ นรม.ก็จะเสื่อมพร้อมกับศรัทธาของประชาชนและแนวโน้มดังกล่าวไม่ต่างกับผู้นำสูญเสียอำนาจ เพราะประชาชนไม่ยอมรับอีกต่อไป
งานราชการที่ต้องพัฒนา
นสพ.แนวหน้า
เรียกร้องให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในการเข้มงวดกวดขันให้กฎระเบียบของงานราชที่จัดวางไว้ได้ถูกนำไปใช้อย่างถูกทำนองคลองธรรม โดยการการตรวจพิจารณาโฆษก พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวในสื่อสารมวลชนประเภทสื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากหากบุคคลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตเท่ากับทำให้ผู้รับสื่อทั่วประเทศได้รับสื่อที่ด้อยคุณภาพ โดยเฉพาะทางด้านการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาของเด็กไทยด้วย ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์จึงควรตระหนักถึงหน้าที่ที่ได้กำหนดเอาไว้ให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เพื่อเกียรติคุณของความเป็นข้าราชการ
ห่วงเสรีภาพประชาชน
นสพ.ไทยรัฐ
วิจารณ์รัฐบาลกรณีสั่งถอดรายการโทรทัศน์ที่วิจารณ์การเมือง การสั่งปิดเว็บไซต์ นสพ. การห้ามเคเบิลทีวีถ่ายทอดรายการ และการสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชน ว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการลิดรอนเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน โดยเฉพาะสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน และสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งขัดกับหลักการปกครองระบบประชาธิปไตยแทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ การให้ข้อมูลที่ผิดหรือมีเจตนาแอบแฝงของรัฐบาล ก็จัดว่าไม่ถูกต้องเช่นกัน ดังนั้น การบริโภคสื่อก็ดี การรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็ดี ต้องอยู่บนความถูกต้องและบริสุทธิ์ โดยต้องไม่ละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น
เปิบพิสดารในสวนสัตว์ การตลาด 'นักล่า' ข้ามชาติ
นสพ.ไทยโพสต์
วิจารณ์กรณีรัฐบาลไทยทำสัญญาขอนำเข้าสัตว์ป่าจากเคนยาว่าเป็นแนวคิดแบบทุนนิยม มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ปราศจากจิตสำนึกตามหลักการบริหารจัดการสวนสัตว์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า รวมทั้งเป็นการสร้างความสับสนให้กับเยาวชนว่าสัตว์ประเภทใดที่ไม่ควรเบียดเบียนนำมาเป็นอาหาร เนื่องจากปัจจุบันยังมีภัตตาคาร Predator เสิร์ฟอาหารประเภทสัตว์ป่า อาทิ ยีราฟ ม้าลาย ซึ่งแม้จะเป็นการนำเข้าเนื้อสัตว์จากเคนยาก็ตาม แต่ก็ถูกมองว่าเป็นนักฆ่าเลือดเย็น ซึ่งรัฐบาลไม่ควรมองข้ามและควรให้ความสำคัญเพราะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของไทย
ชั่วร้ายที่สุด
นสพ.บ้านเมือง
ประณามพฤติกรรมของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่ก่อเหตุสังหารพ่อแม่ลูกรวม 9 ศพ ที่ จ.นราธิวาส ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ 8 เดือน นับว่าเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมและเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก อีกทั้งมีแผนโยนความผิดให้ จนท.รัฐ แต่เพราะการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจ ส่วนสาเหตุที่ต้องสร้างสถานการณ์เช่นนี้เพราะรู้ว่าฝ่ายตนกำลังเสียเปรียบ เนื่องจาก จนท.ทหาร ตร. รวมทั้งฝ่ายปกครอง ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถชักจูงผู้หลงผิดให้กลับใจเข้าร่วมในการเสริมสร้างสันติสุขเป็นจำนวนมาก
กรม ปชส. เลือกปฏิบัติ เปิด 9 ช่อง NBT แต่สั่งปิด ASTV
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
วิจารณ์การทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ว่าเลือกปฏิบัติ เอื้อพวกพ้องรัฐบาล โดยพยายามสกัดกั้นไม่ให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นออกอากาศข่าวผ่านดาวเทียมช่อง ASTV ซึ่งถ่ายทอดสดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานและพฤติกรรมของ นรม. แต่กลับสนับสนุนให้เปิดรับช่อง NBT 9 ช่อง ที่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเอกชนที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ พฤติกรรมของกรมประชาสัมพันธ์ในอดีตเคยได้รับฉายาว่า "กรมกร๊วก" ที่พร้อมเป็นเครื่องมือรับใช้อำนาจเผด็จการของผู้มีอำนาจในการปกปิดบิดเบือนข่าวสารข้อเท็จจริงที่สาธารณชนควรรับรู้