ลีลาสิงห์หรือลวดลายหมา/โอ้หนอ อนิจจา สิงห์ดำ/ลาออกไปเสียเถอะ

(เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ นสพ.ข่าวสด จันทร์ 13 - พุธ 15 กุมภาพันธ์ 2549 หน้า 6)

ลีลาสิงห์หรือลวดลายหมา

ถึงเวลานี้ก็คงจะพอบอกได้บ้างแล้วกระมังว่า อาการอันล่มสลายในสิ่งที่เรียกว่าจริยธรรมทางการเมืองนั้น ซึมลึกแผ่กระจายจนกลายเป็นความแตกแยกแตกต่างกันไปทั่ว ความชังกับการเชียร์ต่างเชลียร์กันหน้าสลอนทีเดียว

ระเบิดออกเห็นได้ชัดก่อนอื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดกระบวนการไล่และร้องขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก และก้าวลงจากตำแหน่งคราวนี้มีความสมเพชทุเรศความรู้สึกอยู่ที่เหตุแตกแยกระหว่างสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ กับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นี่เอง

เหตุมันเกิดเพราะคณาจารย์ของคณะรัฐศาสตร์ แถลงประกาศ "วิกฤตการณ์ความชอบธรรมและจริยธรรมของผู้นำประเทศ" เรียกร้องข้อหนึ่งว่า ให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม โดยการลาออกจากตำแหน่งทันที

และทันทีที่ประกาศ สมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ นำโดยนายกสมาคมและศิษย์เก่าบางคนที่นั่งหน้าสลอนแถลงข่าวตอบโต้ในวันต่อมา กล่าวหาอาจารย์บางคนนำความคิดเห็นส่วนตัวไปแอบอ้างโดยใช้ชื่อสถาบัน-กระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ฯลฯ

ที่รุนแรงร้ายกาจในแถลงการณ์ของสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ คือข้อที่บอกว่า การกระทำของอาจารย์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการโค่นล้มทางการเมืองเกินขอบเขต บทบาท ของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ (และแนะนำว่า) ไม่ควรผูกขาดความคิดเห็นในลักษณะเป็นเผด็จการทางความคิด

ข้อยืนยันสำคัญในแถลงการณ์ของสมาคมรัฐศาสตร์ จุฬาฯ พูดถึงว่าไม่ประสงค์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะบุคคลกลุ่มใดแสวงหาประโยชน์โดยมิบังควร โดยแอบอ้างสถาบันหรือคณะรัฐศาสตร์ อ้างว่าเป็นตัวแทนความคิดเห็นของสถาบันโดยส่วนรวม

ข่าวคราวรายละเอียดเหล่านี้-มีปรากฏอยู่ตามสื่อมวลชนต่อมาแม้จนถึงขณะนี้ และก่อปฏิกิริยาที่ยังความประหลาดใจต่อเหตุขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มีข่าวการลาออกของกรรมการสมาคม และที่ปรึกษาอาวุโสบางคนของสมาคมหลายคน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับชุมชนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อย่างนี้ แม้นายกสมาคมรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จะออกมาแถลงแก้ต่างว่าไม่ได้มีเจตนาให้เกิดการขัดแย้งกันเองขึ้น ก็คงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า หายนะแห่งเกียรติภูมิของชุมชนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นั้น "ฉิบหายขายหน้า" เขาไปทั่วหมดแล้ว

สมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ นั้น เป็นแหล่งรวมทุกอณูของความเป็นรัฐศาสตร์ที่ประกาศความเป็นสิงห์ดำมาทุกยุคทุกสมัย ถูกนักหนังสือพิมพ์ศิษย์เก่าคนหนึ่ง ถามถึงความเป็นสิงห์ดำว่า มันต้องคำราม ไม่ใช่เห่าหอน

ไอ้ที่เห่าหอนนั่นมันหมา และหมาก็คือหมา ไม่ใช่สิงห์ หมาเห่าหมาหอนแม้จะบอกว่ามันไม่กัด แต่มันก็เป็นหมา มันเป็นสิงห์ตรงไหน มีลีลาสิงห์เหลืออยู่หรือ

--------------

โอ้หนอ อนิจจา สิงห์ดำ

ผมยังเชื่อว่า สมาคมรัฐศาสตร์ใดๆ รวมถึงสมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ นี้ด้วย คือแหล่งรวมบัณฑิตรัฐศาสตร์ ที่หล่อหลอมความรักความสามัคคีในระหว่างศิษย์เก่าจากสถาบันเดียวกัน เป็นเครือข่ายที่จะเกื้อกูลต่อกันทั้งในหน้าที่การงานและสังคม

และเมื่อเป็นสมาคมของนักรัฐศาสตร์ ก็ต้องกล้าอาจหาญต่อจุดยืนทางรัฐศาสตร์ที่จะต้องแสดงให้ปรากฏแก่สาธารณชน หากจะต้องแสดงสถานะอันชัดเจนของสมาคมรัฐศาสตร์ ก็น่าจะแสดงทรรศนะทางรัฐศาสตร์ในประเด็นรัฐศาสตร์ต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นหากอยากทำ

สมาคมรัฐศาสตร์จุฬาฯ ทำอะไรกันหรือกับสถานการณ์ดังกล่าว

การกล่าวหาว่า อาจารย์คณะรัฐศาสตร์บางคนหรือหลายคน นำความคิดส่วนตัวไปแอบอ้างโดยใช้ชื่อสถาบัน ทำให้เสียหายนั้น แท้จริงมีคำอธิบายจากอธิการบดีของจุฬาฯ ออกรายการวิทยุว่าทำได้หากผ่านคณะกรรมการสภาคณาจารย์เป็นมติออกมา

จากปฏิกิริยาที่ตอบโต้กัน กล่าวว่าแถลงการณ์ของคณาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯ ก็ผ่านการประชุมตกลงกันมาแล้วจากคณาจารย์ของคณะ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงแถลงการณ์ของคณาจารย์เหล่านั้น ก็น่าทำได้ตามคำอธิบายของอธิการบดีจุฬาฯ

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า แล้วสมาคมรัฐศาสตร์เข้ามายุ่งเกี่ยวอย่างไร แท้ที่จริงแล้วควรเป็นเรื่องของคณาจารย์รัฐศาสตร์กันเองไม่ใช่หรือ ที่จะประท้วง ต่อว่าต่อขานหรือจะแถลงการณ์หยาบช้าอย่างที่สมาคมรัฐศาสตร์กระทำ ถ้าหากแม้ว่าแถลงการณ์ของคณาจารย์เหล่านั้น ผ่านหรือไม่ผ่านสภาคณาจารย์ของเขา

น่าสังเกตจากภาพการแถลงข่าวของนายกสมาคมรัฐศาสตร์จุฬาฯ กับบุคคลผู้เข้าร่วมแถลงข่าวในวันนั้น นอกจากนายกสมาคมซึ่งมีตำแหน่งเป็นอธิบดีแล้ว ยังมีอธิบดีอีกกรมหนึ่ง มีอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง กับว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอีกคนหนึ่ง เป็นกลุ่มหลักออกแถลงการณ์แถลงข่าวหนังสือพิมพ์เรื่องนี้

องค์ประกอบของคนเหล่านี้มาได้อย่างไรในสถานการณ์อย่างนี้ ทั้งที่บางคนนั้น ในระยะเวลากว่า 2 ปีไม่เคยมาเหยียบมาเยี่ยมสมาคมเลย อีกบางคนนั้นจะมัวยุ่งอยู่กับตำแหน่งแห่งหนของตน จนแทบไม่เคยมาสมาคมด้วยซ้ำไป

และนี่เองคือเหตุผลของกรรมการและที่ปรึกษาอาวุโส ที่ยื่นใบลาออกแทนที่จะถามไถ่ปรึกษาหารือกับเขาที่อยู่กับสมาคมมาตลอดและมากกว่าคนเหล่านี้ แล้วเอาคนเหล่านี้มานั่งกันหน้าสลอนได้อย่างไร ใครเห็นกรรมการสมาคมปัจจุบันกี่คนนั่งอยู่ด้วยในสถานการณ์เช่นนี้

แถลงการณ์ของสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ นั้น พูดชัดว่าไม่ประสงค์ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือคณะบุคคลใดแสวงประโยชน์โดยมิบังควรโดยแอบอ้างสถาบันหรือคณะรัฐศาสตร์ว่าเป็นตัวแทนความคิดเห็นของสถาบันโดยส่วนรวม

องค์ประกอบของคณะผู้ออกมาแถลงการณ์ในนามสมาคมรัฐศาสตร์จุฬาฯ บอกอะไรได้บ้าง คำตอบนั้นดูคล้ายกับเฉลยอยู่ในข่าวสังคมของ นสพ.ไทยรัฐรายวันระบุชัดว่าใครในกลุ่มนี้บ้าง หวังจะได้ตำแหน่งปลัดกระทรวงต่อไป โอ้หนอ อนิจจา สิงห์ดำ

--------------

ลาออกไปเสียเถอะ

เหตุซึ่งเกิดขึ้นในชุมชนรัฐศาสตร์จุฬาฯ ตรงนี้ ก่อปฏิกิริยาทั้งทางลบและทางบวกหลายด้านที่เป็นกระแสสังคมตามมา อาการที่แตกแยกแบ่งแยกให้เห็นเด่นชัดนั้นโดยรวมแล้ว ก็คือหายนะแห่งเกียรติภูมิของชุมชนรัฐศาสตร์ สิงห์ดำ มากกว่า

อาการหนึ่งซึ่งก่อความแตกแยกอย่างซึมลึก หากฟังดูจากวันแถลงการณ์ของสมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ มีผู้แถลงข่าวคนหนึ่งกล่าวถึงตัวคณะมติรัฐศาสตร์โดยตรง ว่าหาใช่เลือดเนื้อรัฐศาสตร์แท้จริงไม่เพราะไม่ได้จบรัฐศาสตร์จากจุฬาฯ

ข้อกล่าวหาที่น่าเกลียดก็คือ อาการที่ดูหมิ่นถิ่นแคลนว่าเพราะไม่ใช่เลือดเพื่อรัฐศาสตร์จุฬาฯ แล้วมาเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ จึงไม่ซึมลึกในความเป็นรัฐศาสตร์จุฬาฯ ทำนองนั้น โดยนัยจึงคล้ายขับไล่คณบดีให้ออกไปโดยปริยาย

ผู้แถลงข่าวผู้นี้ (นัยว่าเป็นรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่ง) คงลืมไปว่า นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ คนที่นั่งแถลงการณ์อยู่ด้วยกันนั้น ก็หาใช่พวกรัฐศาสตร์ในความหมายของตนไม่ เขาจบนิติศาสตร์ไม่ใช่หรือ

คณะนิติศาสตร์สมัยนั้น ยังรวมเป็นภาควิชาแผนกหนึ่งในคณะรัฐศาสตร์และเมื่อรวมอยู่ในชุมชนรัฐศาสตร์ เราต่างก็นับเนื่องเป็นเลือดเนื้อรัฐศาสตร์ด้วยกัน แต่ด้วยตรรกะตื้นๆ อย่างนี้ ไหนบอกซิ จะเอานิติศาสตร์เหล่านี้ไปไว้ที่ตรงไหน

ไล่ไปเสียด้วยกันดีไหม หรือจะอธิบายด้วยตรรกะอันตื้นเขินไหนดี

จะต้องตั้งคำถามกับคนเหล่านี้ด้วยว่า ได้กระทำการอันเหมาะควรแก่เกียรติยศศักดิ์ศรีของสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ อย่างดีพอและบริสุทธิ์ใจแล้วหรือเปล่า มีการครอบงำบงการจากอำนาจการเมืองแอบแฝงอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

ที่สำคัญก็คือ สิ่งที่หลายคนกังขา แม้ขนาดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกล่าวถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงนั้น ต้องถามว่า บางคนในคณะผู้ออกมาแถลงการณ์ในนามสมาคมรัฐศาสตร์คราวนี้ คาดหวังที่จะได้ตำแหน่งปลัดกระทรวงจริงๆ อย่างนั้นหรือ

จริงหรือไม่จริง ก็คงได้เห็นกันในการแต่งตั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงคราวหน้า หรือแม้ตำแหน่งอื่นใด ที่อาจถูกมองว่าเป็นบำเหน็จแต่การกระทำครั้งนี้

เพราะในเวลาใดเวลาหนึ่งเหล่านี้ เราจะหนีความจริงของตัวเองไม่พ้นเลย ช่างตรงกับประเด็นจริยธรรมและความชอบธรรมที่พูดกันอยู่ขณะนี้เหลือเกิน และนักรัฐศาสตร์ที่ขาดจริยธรรมแล้วจะเรียกหาความชอบธรรมไปทำไม

นักเรียนรัฐศาสตร์หากไม่เข้าใจซึ่งถึงสิ่งเหล่านี้แต่แรกเสียแล้ว ยังจะเรียกตัวเองว่านักรัฐศาสตร์อีกหรือ หากแม้ยังกำลังเรียนอยู่และรู้สึกว่าเป็นตัวแทนหรือเป็นสัญลักษณ์ของความไร้จริยธรรม ก็น่าจะรู้สึกละอาย และลาออกไปเอง

ที่จริงเรื่องเหล่านี้ต้องรู้สึกเอง อายเอง ออกไปเอง ไม่ต้องให้ขับไล่กัน จะอยู่ดูหน้าชุมชนรัฐศาสตร์ได้อย่างไร นี่คือสิ่งหนึ่งที่นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ จะต้องทบทวนอย่างหนัก นี่คือสิ่งหนึ่งที่นักเรียนรัฐศาสตร์ซึ่งหากรู้สึกเป็นตัวแทนหรือเป็นสัญลักษณ์ของความไร้จริยธรรม ลาออกไปเสียเถอะ