ปวดหัวตุ๊บ ๆ แบบไหนใช่ไมเกรน เช็กอาการร่วมให้ชัดก่อนสาย

ปวดหัวตุ๊บ ๆ แบบไหนใช่ไมเกรน เช็กอาการร่วมให้ชัดก่อนสาย

จู่ๆ ก็รู้สึก ปวดหัวตุ๊บ ๆ จนทำงานต่อแทบไม่ไหว หลายคนมักจะเหมารวมไปก่อนเลยว่าอาการแบบนี้ต้องเป็น “โรคไมเกรน” แน่ๆ แต่รู้ไหมครับว่า อาการปวดหัวในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นไมเกรนเสมอไป เพราะบางครั้งอาจเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่พอ หรือเกร็งกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ก็ได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ใช่ไมเกรนจริงๆ หรือเปล่า? วันนี้เรามีลิสต์เช็กอาการร่วมมาให้ลองสังเกตตัวเองกันครับ

1. ลักษณะการปวดที่เป็นเอกลักษณ์

อาการ ปวดหัวตุ๊บ ๆ จากไมเกรน มักจะมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่คุณสัมผัสได้ชัดเจน ดังนี้ครับ

  • ปวดข้างเดียวเป็นหลัก: มักจะเริ่มปวดบริเวณขมับหรือกระบอกตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แต่บางครั้งก็อาจสลับข้าง หรือปวดพร้อมกันทั้งสองข้างได้)
  • ปวดตามจังหวะชีพจร: รู้สึกเหมือนมีคนเอาอะไรมากระแทกเป็นจังหวะ “ตุ๊บ… ตุ๊บ…” ในหัวอย่างต่อเนื่อง
  • ยิ่งขยับ ยิ่งปวด: เพียงแค่ลุกเดิน ก้มตัว หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงนิดหน่อย อาการ ปวดหัวตุ๊บ ๆ ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นทันท

2. สังเกตอาการร่วมที่มาพร้อมกัน

ถ้ามีแค่เรื่องปวดหัว อาจยังระบุยากครับ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยเกิน 2 ข้อขึ้นไป มีโอกาสสูงมากที่คุณกำลังรับมือกับไมเกรน

  • ไวต่อแสง เสียง และกลิ่น: รู้สึกว่าแสงไฟในห้องสว่างจ้าเกินไปจนแสบตา เสียงพูดคุยรอบตัวฟังดูดังจนรบกวนประสาท หรือแม้แต่กลิ่นหอมแรงๆ ก็กระตุ้นให้ปวดหัวหนักกว่าเดิม
  • คลื่นไส้ พะอืดพะอม: รู้สึกแน่ในอก คลื่นไส้ หรือถึงขั้นอาเจียนออกมา
  • มีอาการเตือน (Aura): ก่อนจะเริ่ม ปวดหัวตุ๊บ ๆ บางคนอาจเห็นแสงวับวาบเหมือนแสงแฟลช ตาพร่ามัว เห็นภาพซิกแซก หรือรู้สึกชาตามปลายมือปลายเท้าล่วงหน้าประมาณ 15-30 นาที

หากเช็กแล้วว่าเข้าข่ายไมเกรน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยบรรเทาอาการได้เร็วขึ้นครับ

  • หลบเข้ามุมมืดและเงียบ: พักสายตาในห้องที่มืดและเงียบสงบ หลีกเลี่ยงหน้าจอสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ทันที
  • ประคบเย็น: นำผ้าเย็นหรือเจลเย็นมาประคบบริเวณหน้าผากหรือต้นคอ เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลง
  • ทานยาให้ทันเวลา: หากจำเป็นต้องทานยาแก้ปวด ควรทานตั้งแต่เริ่มรู้สึกปวดเบาๆ อย่ารอจน ปวดหัวตุ๊บ ๆ รุนแรงแล้วค่อยทาน เพราะยาจะออกฤทธิ์ได้น้อยลง

    อาการปวดหัว แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็นกันได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน การสังเกตอาการร่วมและจดบันทึกสิ่งกระตุ้น เช่น การนอนดึก หรือกาเฟอีน จะช่วยให้รับมือได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ และหากมีอาการปวดรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ